
เหยื่อที่โลกลืม (1)
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
วันสตรีสากล 8 มีนาคมผ่านพ้นไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ทั่วโลกก็แทบไม่มีโครงการอะไรใหม่ที่พอจะเห็นเป็นรูปธรรมว่าได้พยายามยุติปัญหาความรุนแรงทางเพศหรือบรรเทาปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิง-ชาย ตรงกันข้ามกลับพยายามสร้างภาพลวงตาว่าสถานภาพของผู้หญิงทั่วโลกเริ่มดีขึ้นด้วยการประโคมข่าวผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้หญิงบางกลุ่มในเรื่องของอิสระทางการเงิน แล้วรีบด่วนสรุปว่าหญิงมีความพึงพอใจที่มีอิสระทางการเงินมากขึ้น ทั้งๆที่เป็นผู้หญิงจำนวนน้อยนิดและอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งสิ้น
ที่สำคัญ องค์กรต่างๆรวมทั้งสื่อต่างหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันที่แฝงอยู่ในรูปต่างๆซึ่งยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ได้รับการแก้ไข อาทิโอกาสในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือการขึ้นเงินเดือน ที่เพศชายจะมีโอกาสมากกว่ามาก หรือการที่ผู้หญิงยังคงต้องสวมหมวกสองใบทั้งทำงานนอกบ้านและทำงานบ้านคู่กันไป แถมงานในบ้านยังถูกตีค่าว่าไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แม้ว่าต้องทุ่มเททั้งเวลาและความรับผิดชอบมากกว่างานประจำด้วยซ้ำไป
ข่าวดีน้อยนิดเนื่องในวันสตรีสากลประจำปีนี้ก็คือสหประชาชาติได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่เพื่อบรรเทาปัญหาความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิง รวมทั้งจะเป็นช่องทางที่เหยื่อความรุนแรงสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ หลังจากมีข่าวร้ายว่ามีผู้หญิงทุกๆ 1 ใน 5 คนทั่วทุกมุมโลกต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกข่มขืนหรือเกือบถูกข่มขืน และในบางประเทศผู้หญิงทุกๆ 1 ใน 3 คนถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะจากคนใกล้ชิดเช่นพ่อหรือญาติสนิททั้งที่เป็นญาติผู้ใหญ่หรือผู้น้อย
ข่าวดีชิ้นเล็กๆอีกข่าวหนึ่งก็คือประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งแดนดินถิ่นอินทรีได้แต่งตั้งนางเมแลนน์ เวอร์เวียร์ ให้เป็นทูตดูแลประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง อันเป็นตำแหน่งที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ
สื่ออเมริกันเองได้ประโคมข่าวนี้จนกลบรายงานของมูลนิธิออกซ์แฟมที่เผยว่าผู้หญิงชาวอิรักได้กลายเป็นเหยื่อที่โลกลืม ทั้งๆพวกเธอกำลังเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเงียบๆ เมื่อต้องตกเป็นเหยื่อของความยากจนและความรุนแรง จากผลของสงครามที่สหรัฐก่อขึ้น และแม้ว่าสหรัฐจะทุ่มงบประมาณ
หลายพันล้านดอลลาร์เข้าไปฟื้นฟูบ้านเมือง แต่งบเหล่านี้กลับไม่ตกไปถึงมือของพวกเธอซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งตกเป็นเหยื่อของเหตุรุนแรง และอีกกว่า 3 ใน 4 ต้องตกพุ่มม่ายเมื่อต้องสูญเสียสามีจากการสู้รบ
แต่ชีวิตรันทดของพวกเธอกลับไม่ได้รับความสนใจจากสื่อตะวันตกแม้แต่น้อย



