
มติครม.ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน5จังหวัด
ที่ประชุมครม.มีมติยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯพื้นที่ 5 จังหวัด และคงเหลือไว้อีก 19 จังหวัด ด้าน"ถวิล"อ้างครม.ยืดอายุพรก.ฉุกเฉิน 19 จว.เพราะเหตุยังไม่น่าไว้ใจ "วุฒิ"รุมจวกรัฐบาลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อกดฝ่ายตรงข้าม
(6ก.ค.) เวลา 13.30 น.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยหลังประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.มีมติให้ยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 5 จังหวัด ประกอบด้วยจ.ศรีสะเกษ น่าน กาฬสินธุ์ นครปฐม และจังหวัดนครสวรรค์ ยังคงเหลือไว้ 19 จังหวัด ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นก็สามารถพิจารณาประกาศใช้ใหม่ได้
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ที่ทำ เนียบรัฐบาลถึงการต่ออายุพรก.ฉุกเฉินตามที่ศอฉ.เสนอให้ต่อออกไปใน 24 จังหวัดเป็นเวลาอีก 3 เดือน ว่า ศอฉ.เสนอให้ต่อทั้ง 24 จังหวัด เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าทั้งหมดที่มีการประกาศฯยังเป็นพื้นที่ที่ไม่น่าไว้วางใจ แกนนำมวลชนยังคงเคลื่อนไหวอยู่สถานการณ์ อาจนำไปสู่ความไม่เรียบร้อยได้ จึงเสนอให้คงทั้งหมดเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
“แต่ครม.วันนี้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรจะยกเลิก 5 จังหวัดคือ น่าน นครสวรรค์ นครปฐม ศรีสะเกษ และกาฬสินธุ์ เพราะฉะนั้นจะต่อพรก.ในอีก 19 จังหวัดออกไปอีก 3 เดือน ส่วนเหตุผลในการยกเลิก 5 จังหวัดนั้นก็มองเห็นว่าสถานการณ์ใน 5 จังหวัดนี้น่าจะกลับเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยในระดับหนึ่งแล้ว แล้วก็น่าจะเป็นการดีในการส่งสัญญาณในเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ และความสงบเรียบร้อยที่จะกลับเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติมากขึ้น ” นายถวิล กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯมีการนำเสียงค้านขององค์กรสิทธิมนุษยชนมาพิจารณาหรือไม่เลขาสมช.กล่าวว่า เราฟังทั้งหมด แต่ตนเรียนว่าเรื่องพรก.ฉุกเฉินต้องมองข้ามภาพลวงตาสัก 2-3 เรื่อง คือ 1 เรามองเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้แหมือนกับว่าสงบเรียบร้อย แต่มันไม่ได้สงบเรียบร้อยจริงมันยังมีการเคลื่อนไหวใต้ดินอยู่ มีการติดต่อในรูปแบบต่างๆอยู่เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่แท้จริง 2.เรามองดูว่าการประกาศพรก.ฯหรือคงไว้เป็นภาพที่ไม่น่าดู เพราะองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศมาดูแล้วไม่น่าดู ก็เป็นภาพที่ลวงตาอีกภาพหนึ่ง เพราะว่าเราต้องมองถึงความจำเป็นของพรก.ฯว่าทำให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยได้ เราจึงไม่อยากกลับไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งเมื่อฟังประชาชนส่วนใหญ่แล้วยังพร้อมที่จะอยู่กับพรก.มากกว่าที่จะอยู่กับการชุมนุมที่เป็นอันตรายอย่างเช่นที่ผ่านมา
และประการสุดท้ายตนคิดว่าที่เป็นภาพลวงตาอีกภาพหนึ่ง คือ อย่าไปคิดว่ามีกฎหมายธรรมดาแล้วเอาอยู่ เพราะที่เกิดเหตุช่วงที่ผ่านมามีพรก.ฯมีอำนาจเต็มที่ก็ยังเอาไม่อยู่ แล้วก็เกิดความเสียหายมากมาย อีกทั้งพรก.ฯเป็นกฎหมายเชิงป้องกันที่จะทำอะไรได้หลายอย่างที่จะไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมา ดังนั้นถ้าอาศัยกฎหมายธรรมดาจะมีความเสียหายเกิดขึ้น
“ส่วนที่ศอฉ.เสนอมาแบบนี้แล้วครม.พิจารณาแบบนี้ไม่ได้ขัดกันหรอก เพราะว่าทางศอฉ.เขาพิจารณาในแง่ของความมั่นคงว่ามันยังมีความจำเป็นมันยังเลิกไม่ได้”นายถวิล กล่าว
"วุฒิ"รุมจวกรัฐบาลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อกดฝ่ายตรงข้าม
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เชื่อว่าไม่สามารถป้องกันคนที่คิดจะกระทำก่อการร้ายได้ เพราะหากจะมีการยิงนายกฯหรือบุคคลระดับสูงของรัฐบาลตามที่ฝ่ายรัฐออกมาให้ข่าว ก็คงไม่ทำในพื้นที่กทม.หรือในเขตจังหวัดที่คงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ แต่การคงกฎหมายฉบับนี้ไว้ยิ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือรัฐบาล เปิดช่องให้คนที่จ้องหาโอกาสดำเนินการได้ ที่สำคัญเป็นการขัดต่อกระบวนการยุติธรรม จึงอยากให้พิจารณาทบทวน เพราะถึงจะมีกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่สามารถใช้กฎหมายปกติจัดการกับผู้ก่อเหตุได้อยู่แล้วหากจะทำจริง ๆ
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลต้องการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อไล่บี้ฝ่ายตรงข้าม นายนิคมกล่าวว่า ตราบใดที่ยังมีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลไม่สามารถบรรลุผลตามแผนปรองดองได้ เพราะยังมีการใช้อำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องเพื่อกดฝ่ายตรงข้าม
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า การจะต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องอาศัยอำนาจครม. ไม่ใช่นายกฯหรือศอฉ. แต่ข้อเท็จจริงคือต้องดูว่าประเทศขณะนี้อยู่ในช่วงที่มีสภาพรุนแรงอันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินจริงหรือไม่ จริงอยู่ที่มีการก่อเหตุไม่สงบบ้าง แต่ไม่น่าจะเข้าเงื่อนไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หากนายกฯมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ใช้กฎหมายอื่นจัดการเต็มที่ ก็น่าจะพอ ถ้าคิดว่าไม่พอก็ใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงได้



