
DSIพบสมุดบันทึก"อ้อ"จดสูตรทำระเบิด
พนักงานสอบสวนดีเอสไอพบสมุดบันทึก"วริศรียา"จดสูตรทำระเบิด ผู้ต้องหารับให้ที่พักพิงแต่ไม่เกี่ยวประกอบระเบิด ด้าน"เทือก" ไม่ตอบเขมรส่ง "อ้อ-อ้าย" กลับไทยสัมพันธ์สองประเทศจะกลับมาหรือไม่
(6ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการคุมตัวนางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ และนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย ว่า ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ให้ที่พักพิงกลุ่มผู้ต้องหาคดีวางระเบิด พรรคภูมิใจไทย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิดและการนำระเบิดไปวางที่พรรคภูมิใจไทย และวันนี้ (6 ก.ค.)ไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบการรับสารภาพ และจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังพร้อมกับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ชุดแรกซึ่งจะครบกำหนดผลัดฟ้องฝากขังนัดที่ 2 ในวันที่ 7 ก.ค. เวลา 09.00 น.
นายธาริต กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังพบวัตถุพยานสำคัญในกระเป๋าเดินทางของนางวริศรียา หรืออ้อ คือสมุดบันทึก ซึ่งมีการจดสูตรการทำวัตถุระเบิด โดยนางวริศรียา ยอมรับว่า เป็นสมุดของตนเอง แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ลายมือของตนเอง ที่จดบันทึกดังกล่าว
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผอ.ศอฉ. กล่าวกรณีรัฐบาลกัมพูชาส่งนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย และน.ส.วริศรียา บุญสม หรืออ้อ สองผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยกลับมาดำเนินคดีในไทยที่จะสาวถึงแกนนำจ้างวานเมื่อวันที่ 5 ก.ค. รวมทั้งการประสานขอให้กัมพูชาจับกุมแกนนำนปช.ที่ยังหลบหนีในกัมพูชาว่า เชื่อว่าการสอบสวนบุคคลทั้งสองนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานและข้อมูลที่จะสาวไปยังผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆได้มากขึ้น ส่วนกรณีการประสานกับกัมพูชาในการจับกุมคนอื่นๆที่หลบหนีอยู่ในกัมพูชานั้น ตนยังไม่สามารถตอบได้
เมื่อถามว่าการส่งตัวสองผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีจะช่วยปูทางฟื้นสัมพันธ์ของสองประเทศได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอบยากจริงๆ ขอดูสักระยะว่าจะพัฒนาอย่างไร เมื่อถามว่าคล้ายว่ากัมพูชาง้อไทยแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าในชั้นนี้ตนขอบคุณรัฐบาลและเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ช่วยจับกุมผู้ต้องหาให้ไทย เมื่อถามว่าตอนนี้กัมพูชามีท่าทีที่ดีกับไทย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะส่งทูตไทยกลับไป นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องค่อยๆดู มันเร็วเกินไปที่ตนจะตอบไปไกลกว่านั้น
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายสุเทพระบุว่าไม่แน่ใจว่าสองคนนี้เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ตอนนี้แน่ใจแล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งตัดสินแบบนั้น การที่ตนพูดไปในตอนนั้นหมายความว่าต้องได้ตัวมาก่อนและเมื่อได้ตัวมาแล้วเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจะผิดจริงหรือไม่ก็ไปพิสูจน์กัน แต่ตนได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่แล้วว่าพยานหลักฐานที่สอบสวนมานั้นเชื่อได้ว่าสองคนนี้เป็นผู้ที่ร่วมดำเนินการในความผิดนี้ และเป็นคนสำคัญในกลุ่มผู้ต้องสงสัยด้วย



