ข่าว

 สืบ"โบราณ"บีบโจรมะกันจนมุม

สืบ"โบราณ"บีบโจรมะกันจนมุม

06 ก.ค. 2553

ใครจะคิดว่าวีธีเดินแห่รูปถามหาตัว "คนในภาพ" ซึ่งเป็นเทคนิคการสืบสวนแบบโบราณจะสามารถพิชิตคดีได้สำเร็จ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีตอบทุกโจทย์ได้อย่างรวดเร็วทันใจอย่างทุกวันนี้ ?!!

  "ลิซ่า ดอร์น แวกเนอร์" อาชญากรหญิงตัวฉกาจชาวอเมริกันวัย 43 ปีก็คิดเช่นเดียวกันนี้ และคิดไปไกลว่าตำรวจไทยยังจมอยู่กับวิธีการล้าสมัย จึงเข้ามากบดานอยู่ในเมืองไทยจนท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ให้แก่วิธีที่เธอคิดว่า "โบราณคร่ำครึ" นี่เอง

 ลิซ่าเป็นอาชญากรที่ทางการสหรัฐต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เธอถูกศาลสูงอริโซนาออกหมายจับในความผิดหลายคดี ทั้งเสพยาเสพติด ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย เป็นหนึ่งในแก๊งต้มตุ๋นทรัพย์ด้วยการปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม

 นอกจากนี้ยังพัวพันคดีลักพาตัวและกักขังหน่วงเหนี่ยวทารุณกรรมเด็ก ที่สำคัญตำรวจสืบสวนรัฐอริโซนามีหลักฐานว่า ลิซ่ามีส่วนพัวพันในคดีฆาตกรรมและเจตนาฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมในประเทศสหรัฐอีก 2 คดี

 ประวัติและหมายจับของลิซ่าถูกแจกจ่ายไปทั่วสหรัฐ เป็นหนึ่งในอาชญากรที่ยูเอสมาร์แชลต้องการตัวมากที่สุด และเมื่อไม่นานมานี้ทางการสหรัฐมีเบาะแสว่า ลิซ่าหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย จึงประสานสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยประสานงานมายัง พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม.ให้ช่วยติดตามตัว

 ต่อมา พ.ต.อ.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผกก.2 บก.สส.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฑิฆัมพร ศรีสังข์ รอง ผกก.และ ร.ต.อ.ระลึก อินทรัศมี รอง สว.และชุดสืบสวนได้รับมอบหมายให้ออกติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้เป็นการด่วน จึงตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกจากศูนย์หมายจับคนร้ายข้ามชาติพบว่า ลิซ่าเข้าประเทศไทยผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิตอนต้นเดือนมกราคม 2553 โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะนักท่องเที่ยวได้ 30 วัน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด

 ระหว่างการตรวจสอบชุดสืบสวนได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยว่า พบข้อมูลของลิซ่า ดอร์น แวกเนอร์ ต้องการขอวีซ่าเข้าออกสหรัฐให้แก่ "มิเชล แวกเนอร์" สามีชาวเยอรมันวัย 49 ปี โดยให้ที่อยู่สำหรับติดต่อกลับที่อุดรรีสอร์ท เลขที่ 400 ถนนพิบูลย์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ชุดสืบสวน สตม.จึงเดินทางไปตรวจสอบและพบว่า ที่อยู่ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ไม่เคยมีชาวต่างชาติตามตำหนิรูปพรรณจากรูปถ่ายเข้ามาพักอาศัย

 อย่างไรก็ดีชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อสถานที่อยู่มีอยู่จริงย่อมหมายถึงลิซ่าและมิเชลต้องรู้จักพื้นที่ละแวกนี้เป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้ที่อยู่ไว้สำหรับติดต่อกลับ เชื่อว่าหากตรวจสอบกับชาวบ้านย่านนี้น่าจะได้เบาะแสเพิ่มเติม  

 เมื่อคิดได้เช่นนี้ชุดสืบสวนจึงใช้วิธีแบบ "โบราณ" แต่ยังคงใช้ได้และศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอ โดยนำภาพถ่ายของลิซ่าเดินสอบถามไปตามบ้านแต่ละหลัง หลังแล้วหลังเล่าใน ต.หมากแข้ง ไม่นานก็ได้ผลเมื่อผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งยืนยันจากรูปถ่ายว่า เป็นผู้หญิงต่างชาติคนเดียวกับที่ชอบมานั่งก๊งเหล้ากับชายชาวต่างชาติที่เพิงค้าไม่ห่างกันนัก

 ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งคอยซุ่มโป่งอยู่ใกล้ๆ เพิงขายเหล้าไม่นานก็เห็นหญิงชายต่างชาติคู่หนึ่งตรงเข้าไปในเพิง สั่งเหล้ามาดื่มได้สักพักก็เดินออกจากร้าน เมื่อมั่นใจว่าเป็นลิซ่าและมิเชล จึงสะกดรอยตามไปจนเห็นทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง เลขที่ 499/79 หมู่ 7 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาและแจ้งไปยังผู้ช่วยทูตสหรัฐประจำประเทศไทย มุ่งหน้ามาที่อุดรฯ ทันที

 เมื่อทุกคนมาถึงพร้อมหน้า ทุกคนรอจังหวะให้สองชายหญิงเดินออกจากบ้าน จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและจับกุมทันทีที่ฝ่ายหญิงยืนยันว่าเป็น "ลิซ่า ดอร์น แวกเนอร์" เจ้าหน้าที่ไทยแจ้งความผิดฐานอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด ส่วนผู้ช่วยทูตสหรัฐแจ้งกลับในข้อหาตามที่มีหมายจับ ลิซ่าถึงกับเป็นลมล้มพับทั้งยืน

 "ลิซ่าถึงกับเป็นลมต้องช่วยกันปฐมพยาบาล มิเชลเพื่อนชายต้องเข้าประคอง พอได้สติก็ร้องไห้ฟูมฟายว่า อุตส่าห์หนีมาตั้งหลายปี เข้ามาในเมืองไทยได้ไม่กี่เดือน ไม่คิดว่าตำรวจไทยจะติดตามตัวพบได้เร็วขนาดนี้" พ.ต.อ.วรวัฒน์กล่าวยิ้มๆ

 ขณะนี้ลิซ่ากับมิเชลถูกควบคุมตัวกลับมาอยู่ที่ห้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู กรุงเทพฯ รอดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดในส่วนของประเทศไทย หลังจากนั้นทางการสหรัฐจะมารับตัวกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาในความผิดทั้งหมดที่เธอก่อขึ้น