
เงื่อนปมจับสองผัวเมียสั่งบึ้ม ภท.
ถึงแม้จะจับกุม 2 ผู้ต้องหาคนสำคัญคดีระเบิดพรรคภูมิใจไทยได้ แต่คำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กลับผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ความจริง มูลเหตุจูงใจ และท่าทีของกัมพูชาในครั้งนี้ หมายความว่าอย่างไร แม้กระทั่งการตั้งข้อสังเกตของ จตุพร พรหมพันธ
การตอบคำถามในแต่ละประเด็นจึงต้องค่อยคลี่คลายในทีละจุด เพื่อหาเบื้องหลังว่า แท้จริงแล้วใครเป็นใคร ต้องการอะไร
เหตุการณ์ระเบิดพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ท่ามกลางการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนใครต่อใครตั้งข้อสังเกตว่า จะนำไปสู่การต่ออายุกฎหมายที่แค่ชื่อก็ถูกชิงชังรังเกียจฉบับนี้ต่อไปอีก
วันที่ 23 มิถุนายน มีผู้บันทึกภาพของ 2 ผู้ต้องหาคนสำคัญที่กัมพูชาเพิ่งส่งให้ไทยทั้งสองคนคือ นายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย และ น.ส.วริศรียา บุญสม หรืออ้อ สองสามีภรรยา ข้ามแดนไปฝั่งกัมพูชา แต่ในวัน-เวลานั้น ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองกำลังจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีนี้
กระทั่งวันที่ 25 มิถุนายน ชุดสืบสวน บช.ภ.2 ควบคุมตัวนายกำพล คำคง และนายเดชพล พุทธจง การ์ด นปช. ผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิด
ทั้งสองยอมรับว่า ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าและสี่แยกราชประสงค์ และที่ทำไปเพราะโกรธแค้นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
วันที่ 26 มิถุนายน นายเดชพล ซัดทอดว่า น.ส.วริศรียา และ นายกอบชัย พ่อค้าขายเสื้อแดงอยู่ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เป็นผู้จ้างวาน โดยมีเป้าหมายให้ไประเบิดพรรคประชาธิปัตย์
เป็นการซัดทอดภายหลังสองสามีภรรยาคู่นี้หายเข้าไปในประเทศกัมพูชาแล้วถึง 3 วัน หลักฐานนี้ได้รับการยืนยันจาก ตม.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ทั้งข้อพิรุธ และแนวโน้มความเป็นไปได้ถึงไอ้โม่งจอมบงการจึงพุ่งไปที่คนทั้งสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระหว่างนั้นมีความพยายามตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมุ่งไปที่ พรรคภูมิใจไทย พรรคตัวแปรที่อาจจะทำให้รัฐบาลชุดนี้ อยู่หรือไป
ศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ฟันธงแบบไม่ลังเลว่า นี่คือการมุ่งหมายชีวิต เนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีของพรรค เพราะหากโค่น เนวิน ลง พรรคก็เสมือนไร้หัวไร้ทิศทาง โอกาสที่รัฐบาลนี้จะล้มครืนลงย่อมเป็นไปได้สูง
นั่นคือข้อสังเกตจากฝ่ายการเมืองซีกรัฐบาล
แต่เมื่อไปฟัง "ตู่" จตุพร แล้ว ข้อสังเกตกลับลึกล้ำยิ่งไปกว่านั้น
จตุพร อ้างว่า ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา ทำให้เกิดความสงสัยว่า หลังจากทั้งสองเข้ากัมพูชาแล้ว มีการกล่าวอ้างว่า ต้องการพบตัวแกนนำ นปช. เช่น อริสมันต์ และสุภรณ์ จะไปพบได้ที่ไหน
จตุพร บอกว่า ตรงนี้ทำให้ทางการกัมพูชา เกรงว่าจะเป็นการส่งสายลับมาหรือไม่
นอกจากนี้ มีการกล่าวอ้างว่ากลุ่มแกนนำ และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ได้ส่งผู้ต้องหาทั้งสองไป ซึ่งเป็นความเท็จ เพราะ พ.อ.อภิวันท์ ปฏิเสธไม่รู้จักผู้ต้องหาทั้งสอง
ดังนั้นทางการกัมพูชาจึงเกิดความสงสัยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งสอง เพราะทางการกัมพูชาก็เคยออกมาปฏิเสธแล้วว่านายอริสมันต์ และนายสุภรณ์ ไม่ได้อยู่ในประเทศ
“เมื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีการนำรถเข็นเงาะไปวางระเบิดที่พรรคภูมิใจไทยโดยได้ค่าจ้างแค่สองพันบาท เป็นเหมือนนิยาย คดีนี้มีความน่าสงสัยเรื่องการจัดฉากอย่างชัดเจน" นี่คือ มุมของ จตุพร พร้อมกับยืนยันว่าทั้งสอง ไม่ใช่การ์ด นปช.แหลมฉบัง และไม่ใช่แนวร่วมกับพวกตน
ทางด้าน สองผัวเมีย ให้การต่อตำรวจ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่ยอมรับว่ารู้จัก นายเดชพล เพราะเป็นเสื้อแดงเหมือนกัน ยอมรับว่าเดินทางไปกัมพูชาในวันที่ 23 มิถุนายน หลังเกิดเหตุระเบิด 1 วัน
ผู้เป็นเมียนั้น แสดงความมั่นใจว่า ถูกใส่ร้าย เพียงแต่ไม่ทราบว่าฝ่ายไหน แต่ที่หนีเข้ากัมพูชา เพราะไปให้ที่พักพิงกลุ่มคนร้ายที่ถูกจับกุม จึงได้หลบหนี แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีการประกอบระเบิดหรือไม่
ในยามที่ไร้ที่พึ่งพิงจึงเลือกไปกัมพูชา ก็เพราะเชื่อว่าเป็นที่เดียวที่จะสามารถตามหาแกนนำเสื้อแดงได้ !
พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเดินทางไปรับตัวทั้งสองบอกว่า กัมพูชาจับกุมสองผัวเมียคู่นี้ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเสียมราฐ และทั้งสองยืนยันว่า ถูกจับเพราะพรรคพวกที่เป็นคนไทยหักหลัง หลอกให้ลงมาจากห้องอ้างว่า พายัพ ปั้นเกตุ และดีเจอ้อม มารออยู่
ข้อมูลที่สองผัวเมียคู่นี้ยืนยันกับตำรวจก็คือ โรงแรมแห่งนี้เป็นที่พักของคนไทยหลายคน ส่วนจะเป็นคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดีไปหรือไม่เป็นภารกิจที่จะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป
ในขณะที่ แหล่งข่าวระดับรัฐมนตรีของกัมพูชา ชี้แจงเรื่องนี้แก่ "คม ชัด ลึก" ว่า จากเดิมที่ปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ว่าไม่มี ก็เพราะไม่ทราบเรื่องจริงๆ แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดแล้วก็พบว่า สองผัวเมียหลบซ่อนอยู่ในกัมพูชาจริงๆ
เมื่อเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเข้าจับกุมแล้ว ก็ได้สอบสวน ทั้งสองยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนเสื้อแดง แต่ยอมรับว่าไม่พอใจรัฐบาลไทย
ส่วนเรื่อง อริสมันต์ และสุภรณ์ ที่มีข่าวว่าหลบหนีอยู่ในกัมพูชา นั้นยืนยันว่า ไม่มีข้อมูล
ท้ายของการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกัมพูชาผู้นี้ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งของการเข้าจับกุมและประสานงานส่งตัวให้ไทยนั้นเพราะต้องการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการฝ่ายไทยว่า กัมพูชากำลังเล่นไพ่หลายหน้า และมองถึงภาพรวมความเสียหายโดยรวมที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหาร ที่กำลังปะทุขึ้นอีกระลอก จากเหตุย้าย "หมุด" เขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งจะมีผลต่อข้อพิพาทโดยตรง
ว่ากันตามจริงแล้วสองผัวเมียคู่นี้ น้ำหนักเทียบกันไม่ได้กับ อริสมันต์ และสุภรณ์ ถึงแม้สุดท้ายแล้วทั้งสองจะเจอข้อหาก่อการร้ายเหมือนกันก็ตาม ...นั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่กัมพูชากุลีกุจอ "จัดให้" ตามคำขอ
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เลือกที่จะตัดขาดความสัมพันธ์กับไทย และเลือกที่จะสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไทย
ทั้งยังประกาศชัดสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เอื้ออำนวยสถานที่ตั้งกองบัญชาการในการตอบโต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้ พร้อมหักหน้าด้วยการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของกัมพูชา
นี่อาจเป็นลักษณะเฉพาะของผู้นำกัมพูชา คล้ายสำนวนไทยว่า "มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก" พลิกพลิ้วไปตามสถานการณ์ เมื่อเห็นว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ พลิกกลับมากุมอำนาจแล้ว การไปเลือกแทงหวยข้าง ทักษิณ คนฉลาดเขาไม่ทำกัน
ทั้งนี้ข้อมูลจากหน่วยข่าวของไทยระบุว่า สองผัวเมียหลบหนีเข้ากัมพูชาได้ เพราะนักการเมืองท้องถิ่น และได้รับความช่วยเหลือจากนักธุรกิจกัมพูชาที่สนิทสนมกับนักการเมืองไทย
เมื่อทราบพิกัดของทั้งสองจึงมีการสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังกัมพูชา
ขณะที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ได้ติดต่อตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของกัมพูชาให้เข้าจับกุม โดยมี ดีเอสไอ ร่วมด้วยช่วยกัน
ทั้งหมดนี้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดไฟเขียวสว่างโร่
"ก็ต้องขอบคุณทางการกัมพูชาต่อความร่วมมือ และเราก็ต้องแสวงหาความร่วมมือต่อไปถ้ามีคนอื่นเกี่ยวข้องด้วย" นี่คือท่าทีของ อภิสิทธิ์
แม้จะยังไม่ชัดว่าทั้งสองบงการหรือไม่ แต่ค่อนข้างชัดแล้วสำหรับไทยกับกัมพูชา ระหว่าง รัฐบาลกับฝ่ายค้าน
ส่วนสองผัวเมียคู่นี้ แน่นอนว่า จะต้องเผชิญกับความจริง เพราะมีแต่ความจริงเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทั้งสอง



