ข่าว

ตัวผู้สมัคร-อุปสรรคใหญ่ "เพื่อไทย"

ตัวผู้สมัคร-อุปสรรคใหญ่ "เพื่อไทย"

06 ก.ค. 2553

การเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม "ส.ส.กทม.เขต 6" วันสุดท้ายเพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครทั้งหมด 5 หมายเลข หลังจากตัวแทนแต่ละพรรคได้รับหมายเลขแล้วต่างก็เริ่มหาเสียงกันทันที

 ผู้สมัครทั้ง 5 คน ประกอบด้วย "พนิช วิกิตเศรษฐ์" จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 "นพดล ชัยฤทธิ์เดช" พรรคชาติสามัคคี หมายเลข 2 "อนุสรณ์ สมอ่อน" พรรคความหวังใหม่ หมายเลข 3 "ก่อแก้ว พิกุลทอง" พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4 "ชูชาติ พิมกา" พรรคแทนคุณแผ่นดิน หมายเลข 5 และ "กิจณพัฒน์ ลามสีลา" พรรคประชาธรรม หมายเลข 6

 มีตัวแทนจาก 2 พรรค คือ "ประชาธิปัตย์" พนิช วิกิตเศรษฐ์ หมายเลข 1 กับ "พรรคเพื่อไทย" ก่อแก้ว พิกุลทอง หมายเลข 4 ถูกจับตามากเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสองพรรคมาจากพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล และเป็น "คู่แข่ง" ในพื้นที่เขต 6 ด้วยกันมาตลอด

 หลังปิดการรับสมัครส.ส.จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) ได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองคุณสมบัติผู้สมัครได้ทั้งหมดในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

 ระหว่างที่ กกต.กำลังตรวจสอบคุณสมบัตินี้เอง "นิติธร ล้ำเหลือ" ทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และทีมกฎหมายของพรรคการเมืองใหม่ ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ "ก่อแก้ว พิกุลทอง"

 โดยเห็นว่า "ก่อแก้ว" อาจขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หลังจากตรวจสอบข้อบังคับพรรคของพรรคเพื่อไทย พบว่าในข้อ 9, 10 และ 13 ที่เกี่ยวกับคุณสมบัติ ข้อห้าม และการสิ้นสุดการเป็นสมาชิก เนื่องจากถูกคุมขังตามหมายศาล "ก่อแก้ว" จึงน่าจะขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคนับแต่วันที่ถูกขัง ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นเพราะเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วันตามที่กฎหมายกำหนด และในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ก็ระบุชัดเจนถึงคุณสมบัติต้องสังกัดพรรค 90 วัน

 ประเด็นคุณสมบัติของ "ก่อแก้ว" ถือเป็น "ปมปัญหา" ของการสรรหาตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย จากเดิมที่จะส่ง "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แต่ติดปัญหาคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาและการศึกษาที่ไม่ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี

 และการที่ "นิติธร" มาร้องหลังการปิดรับสมัครย่อมมีผลต่อการชิงตำแหน่ง ส.ส.กทม.เขต 6 หาก "กกต." มีมติว่า "ก่อแก้ว" ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร เพราะพรรคเพื่อไทยก็จะไม่มีโอกาสส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งส.ส.เขตนี้ได้อีก

 ขณะที่ "วิชาญ มีนชัยนันท์" ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะขัดข้อบังคับพรรค เพราะดูจากหมายศาลใช้ข้อความขอมีคำสั่งเพื่อดำเนินการฝากขังไม่ให้ประกันตัว และคดีที่เกิดก็เป็นคดีการเมืองไม่ใช่ทำร้ายร่างกายคนอื่น หรือเป็นคดีฉ้อโกง และคดีนี้ก็ยังไม่มีการตัดสินก่อแก้วจึงไม่น่าขาดคุณสมบัติ ซึ่งทั้งหมดคงต้องรอให้กกต.ตีความก่อน และกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้หารือกันถึงเรื่องนี้ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา

 กลายเป็นว่าการสรรหาตัวผู้สมัครของ "พรรคเพื่อไทย" จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนง่ายสุดท้ายอาจตายตั้งแต่ยังไม่ได้เลือกตั้ง

คุณสมบัติของสมาชิกพรรคเพื่อไทย

 ข้อ ๙ สมาชิก ได้แก่ บุคคลที่สมัครใจเป็นสมาชิกและนายทะเบียนสมาชิกพรรคอนุมัติให้รับเข้าเป็นสมาชิก โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
 (๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด หรือผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติซึ่งได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
 (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันสมัครเข้าเป็นสมาชิก
 (๓) มีความเลื่อมใสศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 (๔) มีความเลื่อมใสศรัทธาในเจตนารมณ์ อุดมการณ์และนโยบายของพรรค
 ข้อ ๑๐ บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก
 (๑) ติดยาเสพติดให้โทษ
 (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
 (๓) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
 (๔) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
 (๕) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
 (๖) อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ
 (๗) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น
 ข้อ ๑๓ สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ
 (๑) ตาย
 (๒) ลาออก
 (๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๙ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๐
 (๔) คณะกรรมการบริหารมีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกเนื่องจากกระทำการขัดต่อวินัยหรือจรรยาบรรณ อย่างร้ายแรงหรือมีเหตุร้ายแรงอย่างอื่น ทั้งนี้ไม่รวมถึงสมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
 (๕) สมาชิกที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ้นจากการเป็นสมาชิก เมื่อที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคทั้งหมดให้สมาชิกภาพของบุคคลดังกล่าวสิ้นสุดลง โดยการลงมติดังกล่าวให้ลงคะแนนเสียงโดยวิธีลับ
 (๖) พรรคเลิกหรือยุบไป
 (๗) กรณีอื่นตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดให้ สมาชิกภาพในการเป็นสมาชิกสิ้นสุดลง
 สมาชิกที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้ว ให้นายทะเบียนสมาชิกพรรคจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกของพรรค และให้เรียกคืนหรือยกเลิกบัตรประจำตัวสมาชิกด้วย

สมถวิล เทพสวัสดิ์