ข่าว

 บอลไทยจะไปยมโลก

บอลไทยจะไปยมโลก

06 ก.ค. 2553

มหกรรมฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้กำลังเข้มข้น การแข่งขันฟุตบอลรายการยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา ท่ามกลางความดีอกดีใจอย่างใหญ่หลวงของประชาชนและรัฐบาลแอฟริกาใต้ รวมถึงชาติอื่นๆ ในทวีปเดียวกันก็ร่วมดีอกดีใจไปด้วย

 ประเทศไทยเองก็เคยมีผู้จุดประกายความหวังเอาไว้มาก ถึงขนาดมีคำกล่าวเอาไว้ว่า “บอลไทย จะไปบอลโลก” หมายถึงตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำให้ทีมฟุตบอลชาติไทย ก้าวเข้าไปแข่งในมหกรรมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้ ฝันครั้งนั้นเล่นเอาเคลิ้มกันไปค่อนประเทศ ยิ่งมีนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นถึงฟีฟ่าเมมเบอร์ บรรดานักสานฝันยิ่งพยายามจุดประกายให้คนไทยหันมาเชื่อกันมากขึ้น   

 ท้ายที่สุดเมื่อความฝันที่จะให้ทีมชาติไทย ไปแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายดูเลือนราง เพราะมีคนรู้ทันมากขึ้น วิธีการแบบศรีธนญชัยก็เริ่มเข้ามาสานต่อความฝัน มีการพูดถึงหนทางในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เพราะการเป็นเจ้าภาพย่อมหมายถึงได้สิทธิแข่งขันโดยปริยาย  

 วิธีการนี้มีนักการเมืองขานรับกันมาก เพราะหมายถึงงบประมาณที่จะได้รับมาเพื่อสร้างสนามแข่งขันดูเป็นกอบเป็นกำทีเดียว ฝันกันจนถึงระดับที่แม้จะไม่ได้เป็นเจ้าภาพเดี่ยวชาติเดียวโดดๆ ก็เอาแบบญี่ปุ่นและเกาหลีที่รับอาสาเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยหวังว่า มาเลเซีย และสิงคโปร์ จะเข้ามาร่วมวงไพบูลย์สานฝันด้วย

 บรรดามนุษย์คิดบวกเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเกมใหญ่ๆ ในประเทศไทยมีมากมาย ที่คิดเพียงแค่ว่าการได้เป็นเจ้าภาพนอกจากจะได้เปรียบในเกมการแข่งขันแล้ว ยังสามารถสร้างงาน (ชั่วคราว) ให้แก่ผู้คนได้จำนวนมาก ได้อาคารสถานที่ขนาดใหญ่ไว้ใช้งานถาวรต่อไป ได้เม็ดเงินจำนวนมากจากนักกีฬาและทีมงานที่เข้ามา รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ติดตามเชียร์ทีมกีฬาที่ตนเองชื่นชอบด้วย

 แต่จากอดีตที่เคยผ่านมาตลอดเวลาครึ่งศตวรรษ การเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ๆ ของประเทศไทยไม่เคยมีกำไรบรรลุเป้าหมายที่แจ้งไว้สักครั้งเดียว จะมีที่ดูเป็นเนื้อเป็นหนังหน่อยก็เห็นจะได้แก่งานเอ็กซ์โปที่จัดขึ้นราวปี พ.ศ.2510 เพราะหลังจากเสร็จสิ้นงานนั้นลงไปแล้ว อาคารสถานที่ต่างๆ ก็ถูกใช้เป็นที่ทำการและอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยรามคำแหงมาจนบัดนี้

 นอกจากนั้น ไม่เคยมีหน่วยงานหรืองค์กรใด ที่จะบริหารจัดการอาคารสถานที่ให้มีรายได้พอเลี้ยงตัวได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยงบประมาณจากหน่วยงานต้นสังกัด หรือจากรัฐบาลมาคอยทะนุบำรุงทั้งสิ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องปล่อยให้เป็นอาคารร้างและทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวควายตามยถากรรม ไม่เชื่อจะลองย้อนกลับไปดูสนามกีฬากลางจังหวัดต่างๆ ที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติดูก็ได้ หรือจะหันไปดูสนามกีฬารัชมังคลาสถานที่หัวหมาก ว่าได้ใช้งานคุ้มค่าเงินที่ก่อสร้างกันเสียใหญ่โตหรือไม่ 

 การได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหรือระดับทวีปทั้งหลาย รวมทั้งการจัดการแข่งขันกีฬาจำพวกโอลิมปิก, ฟุตบอลโลก หรือการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่ง ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทุกชาติต้องการได้สิทธิเป็นเจ้าภาพทั้งสิ้น แต่ต้องดูความพร้อมและขีดความสามารถ ทั้งก่อนและหลังจากการแข่งขันผ่านพ้นไปแล้วด้วย 

 ชาติใหญ่ๆ ในทวีปยุโรปไม่ต้องพูดถึง เพราะมีสนามฟุตบอลของสโมสรยักษ์ใหญ่หลายแห่งนำมาใช้งานได้โดยไม่ต้องสร้างใหม่ และเป็นสนามที่ถูกใช้งานกันทุกสัปดาห์ตลอดทั้งปี ความคุ้มค่าในการจัดสร้างจัดหาจึงมีมาก หากประเทศไทยจะดูตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับตนเอง ลองดูแอฟริกาใต้หลังจบการแข่งขันครั้งนี้ไปแล้วก็คงได้ เพราะเริ่มเป็นที่ถกเถียงกันแล้วว่าสนามต่างๆ ที่สร้างกันขึ้นมา จะเอาไปทำอะไรได้นอกจากเอาวัวควายเข้าไปเลี้ยงเท่านั้นเอง คิดสะระตะรอบด้านแล้วก็เห็นแต่ทางขาดทุนกับขาดทุนเท่านั้นครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ