ข่าว

มติศอฉ.เอกฉันท์ต่อฉุกเฉิน24จว.ไม่น่าไว้วางใจ

มติศอฉ.เอกฉันท์ต่อฉุกเฉิน24จว.ไม่น่าไว้วางใจ

05 ก.ค. 2553

มติศอฉ.เอกฉันท์ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้ง 24 จว. ชี้จำเป็นเหตุสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ “บุญจง” ระบุมหาดไทยชง ครม.เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินพื้นที่ปริมณฑล แต่ยังจะประกาศใช้ในพื้นที่ “ ภาคเหนือ-อีสาน ” เพื่อใช้คุมเข้มสกัดแดงเคลื่อนไหว กอ.รมน.เตรียมทำแผนรองรับ หากเลิกพ.ร

 (5ก.ค.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 17.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุมศอฉ. โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ขาดเพียงพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศที่ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุม 2 ชั่วโมง

 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุมศอฉ.พิจารณาเรื่องการต่ออายุพ.ร.ก.ซึ่งเมื่อพิจาณาจากสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่ปรากฏประกอบกับงานด้านการข่าวต่างๆ ทั้งจากหน่วยงานด้านการข่าว กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ และทหาร เมื่อให้น้ำหนักในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยแล้ว ที่ประชุมมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ศอฉ.ยังมีความจำเป็นต้องมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการดูแลพื้นที่ทั้ง 24 จังหวัดต่อไป เพราะศอฉ.ประเมินว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังคงไม่น่าไว้วางใจ

 ทั้งในเรื่องของการนำข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง มีการปลุกระดมมวลชนในท้องถิ่นต่างๆ อาวุธทางราชการที่ถูกยึดไปจากการชุมนุมของนปช.ครั้งที่ผ่านมา ยังไม่มีการส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทางหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นฝ่ายข้าราชการประจำจึงเสนอถึงความจำเป็น ในการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินดูแลความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ 24 จังหวัดต่อไป ซึ่งน่าจะส่งผลดีความสงบเรียบร้อยชาติบ้านเมือง และความมั่นทางด้านเศรษฐกิจด้วย ซึ่งในวันที่ 6 ก.ค.นี้ นายสุเทพ จะนำข้อเสนอดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตกลงใจต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 24 จังหวัดที่มีการประกาศคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดน่าน จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดสกลนคร จังหวัดกาฬสินธิ์ และ จังหวัดมุกดาหาร

บุญจงระบุมท.ชงครม.เลิกฉุกเฉินพื้นที่ปริมณฑล

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการที่คณะรัฐมนตรีเตรียมที่จะพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินว่า การยกเลิกใช้ พรก.ฉุกเฉินคงเป็นเรื่องของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่จะต้องรับฟังข้อมูลจากแต่ละหน่วยงานไม่ว่า ตำรวจ ทหาร โดยนำเอามาผนวกกันแล้วตัดสินใจเป็นมติของทางศอฉ.อีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะยกเลิกกี่จังหวัดใดนั้น ตนยังไม่ทราบจะยกเลิกได้กี่จังหวัดขอให้ว่ากันไป แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยก็คงเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องนำเสนอข้อเท็จจริงในแต่ละจังหวัดที่ได้มีการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้เสนอไปแล้วว่า จังหวัดใดสถานการณ์เป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามในการพิจารณาทั้งหมดทุกอย่างอยู่กับการประชุมตัดสินใจของทาง ศอฉ. เป็นหลัก
 
 “กระทรวงมหาดไทยได้เสนอข้อเท็จจริงเป็นแนวทางสถานการณ์ของพื้นที่ให้ยกเลิกการใช้พรกฉุกเฉินในแต่ละพื้นที่ โดยมีพื้นที่ในเขตปริมณฑลก็มีอยู่ประมาณ 3-4 จังหวัด แต่ก็ไม่ได้หมายความจะยกเลิกการใช้ พรก.ฉุกเฉินตามที่เราเสนอไป นอกจากนี้ยังมีบางจังหวัดที่ยังคงประกาศใช้ต่อจะเป็นพื้นที่ทางโซนภาคเหนือและภาคอีสานที่เคยมีเหตุการณ์เผาสถานที่ราชการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เคยรายงานสถานการณ์เสนอมาว่า ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ จึงให้คง พรก.ฉุกเฉินเอาไว้ก่อนตามที่ผู้ว่าฯเสนอมา ” รมช.มหาดไทย กล่าว

กอ.รมน.ทำแผนรองรับหากเลิกพรก.ฉุกเฉิน

 ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 15.00 น. พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือนกรกฎาคมที่มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญเรื่องการสานต่อ “โครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ” ในปีงบประมาณ 2553  

 โดยทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)จะมีการจัดวิทยากรทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจาก 3 เหล่าทัพ และพลเรือน จำนวน 1,200 คนเร่งลงพื้นที่ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะสร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชุมชนด้วย รวมถึงการสร้างความเข้าใจในบทบาทและภารกิจ ของกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมาว่า เป็นการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ เป็นสำคัญ โดยในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ที่สโมสรทหารบก จะเชิญชุดวิทยากรจากทั่วประเทศมารับฟังแนวทางการชี้แจงและความรู้ในเรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นในสัปดาห์ต่อไปในแต่ละกองทัพภาคจจะมีการอบรมย่อยวิทยากรอีก 4 วัน

 “กอ.รมน.ยังได้สรุปการทำงานในช่วงที่ผ่านมาให้ผู้บังคับหน่วยได้รับทราบ และพูดถึงการประชุมกอ.รมน.ที่มีการจัดเตรียมแผนการทำงานรองรับกรณีที่จะมีการยกเลิกหรือคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ ซึ่งทางกอ.รมน.ได้มีการประชุมกับส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้กำลังจะจัดทำแผนร่วมกับส่วนงานอื่นๆว่า หากไม่มีกฎหมายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และต้องใช้กฎหมายอื่นหรือการปฏิบัติอื่นนั้น จะต้องมีแผนการทำงานรองรับอย่างไร ซึ่งกอ.รมน.จะมีการนำเสนอในโอกาสต่อไป”รองโฆษกกองทัพบก กล่าว      

                 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ในช่วงท้ายการประชุมผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยและกำลังพลทุกคน ที่ตั้งใจทำงานในช่วงวิกฤติของสถานการณ์บ้านเมืองจนสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงทหารทุกคนทำงานเพื่อให้ บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ การทำหน้าที่ดังกล่าวจึงเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนถึงจุดยืนของกองทัพ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่นของทหาร ที่สำคัญพี่ ประชาชนมีความเข้าใจและยังคงเชื่อมั่น ศรัทธาในกองทัพ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นพลังให้ทหาร ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป