
ลูกจ้างร้านขายข้าวสารสวมบทฮีโร่จับโจรฉกสร้อย
พ่อค้าข้าวแกงบุกฉกทอง แต่หนีไม่รอดถูกลูกจ้างร้านขายข้าวสารล็อคตัวได้ทัน อ้างลืมกุญแจ รถจยย. ไว้นอกร้านเลยวิ่งมาเอา แต่ลืมคืนทองให้เจ้าของร้าน รวบแก็งโจรอ้วนผอมปล้นทรัพย์ทั่วหาดใหญ่ ยึดของกลางจำนวนมาก
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.ค.2553 ร.ต.ท.นรากร ปั่นประยูร รอง สวป.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำภายในร้านทองมั่งมี ตั้งอยู่เลขที่ 110/68 ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก อยู่ใกล้เคียงตลาดเทศบาล 5 (ตลาดโคกมะตูม) หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ
ที่เกิดเหตุพบพลเมืองดีกำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาเอาไว้ได้ ทราบชื่อคือนายอภิชาต บุญชม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 158/5 ถนนพระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก มีอาชีพขายข้าวแกง พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 2 เส้น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ทะเบียน ขงล 161 พิษณุโลก จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก
จากการสอบสวนนางสุพรรณรัตน์ กิติคุณตระกูล อายุ 49 ปี เจ้าของร้านทองมั่งมี ผู้เสียหาย ให้การว่า ขณะที่ตนอยู่ร้านตามลำพัง นายอภิชาต ได้เดินเข้ามาในร้าน และทำทีขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และเลือกดูอยู่นาน พร้อมกับขอเปลี่ยนดูลายอยู่ตลอดเวลานานกว่า 30 นาที จนเป็นที่ผิดสังเกต ตลอดเวลาคนร้ายได้พยายามพุดคุยว่า จะซื้อทองไปให้แฟนสาวเป็นของขวัญ ก่อนที่ตนเองจะหยิบสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงให้ดู 2 เส้น และตนเองได้หันหลังนำสร้อยน้ำหนัก 1 บาทเก็บเข้าตู้โชว์ คนร้ายจึงฉวยโอกาส วิ่งหลบหนีอกนอกร้าน
หลังตั้งสติได้ตนจึงวิ่งไล่ติดตามและพยายามร้องของความช่วยเหลือ จนมีพลเมืองดีได้ช่วยจับกุมตัวคนร้ายพร้อมสร้อยคอทองคำเอาไว้ได้
นายประสิทธิชัย มั่งคง อายุ 35 ปี ลูกจ้างร้านขายข้าวสารธัญยิ่งเจริญ ซึ่งมีร้านติดอยู่กับร้านทองมั่งมี กล่าวว่า ขณะที่ตนเองทำงานอยู่ในร้านได้ยินเสียงเจ้าของร้านร้องว่ามีคนวิ่งราวสร้อยทอง ตนเองจึงวิ่งออกมาดูเห็นคนร้ายกำลังวิ่งไปคร่อมจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ห่างจากร้านทองประมาณ 50 เมตร ตนได้วิ่งเข้าไปล็อคคอคนร้ายจนกระทั่งมีพลเมืองดีมาช่วยจับกุมเอาไว้ได้ และนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังถูกจับกุมนายอภิชาต ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาจะมาวิ่งราวทอง ตนเองได้เข้าไปร้านทองดังกล่าวเพื่อซื้อสร้อยทองให้เป็นของขวัญวันเกิดกับแฟนสาว ขณะที่กำลังเลือกสร้อยทองอยู่ในนึกขึ้นได้ว่าได้ลืมเสียบกุญแจไว้ที่มอเตอร์ไซด์จึงได้รีบวิ่งมาดูเพราะเกรงว่ารถมอเตอร์ไซด์จะหายแต่เผลอหยิบสร้อยทองติดมาด้วยจนกระทั่งมาถูกจับได้ในที่สุด จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง ร.ต.ท.อนุชา เนตรจินดา พนักงานสอบสวย สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป
รวบแก็งโจรอ้วนผอม-ก่อเหตุปล้นทรัพย์ที่หาดใหญ่
เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน หลังจากที่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีเหตุฉกชิงวิ่งราวและปล้นทรัพย์เกิดถี่ขึ้น พ.ต.อ.จีระวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน สว.สส.สภ.หาดใหญ่ ให้พร้อมด้วย ร.ต.ท.มณฑล หงส์กลาง รอง สว.สส.,ร.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว รอง สว.สส.นำกำลังออกสืบจับกลุ่มคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ซึ่งต่อมา จนท.ตำรวจชุดดังกล่าว ได้สืบสวนและตามตัวคนร้ายมาถึงบริเวณรีสอร์ท แห่งหนึ่งใน ต.ท่าแซ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
พบผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.81/2553 และหมายจับศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.81 /2553 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ทั้ง 2 หมาย ขณะกำลังเดินอยู่ที่บริเวณหน้ารีสอร์ท จนท.ตำรวจึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทราบชื่อภายหลังคือนายวรพจน์ นวลละออง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/5 หมู่ 3 ต.คลองอู่ตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมนำตัวมาทำการสอบสวนขยายผลที่ สภ.หาดใหญ่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ขยายผลไปจับกุมเพื่อนร่วมแกงค์ได้อีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน อายุ 17 ปี ทั้ง 2 คน ทราบชื่อภายหลังคือนายเปี้ยก(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายศรัญญา (นามสมมุติ)อายุ 17 ปี ทั้ง 2 อยู่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่
ก่อนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในข้อหาปล้นทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมขยายผลตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ จำนวน 6 เครื่อง แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 ก้อน,กล้องถ่ายรูปยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 ตัว,มีดพับ 1 ด้าม,กระเป๋าของสตรีขนาดต่างๆ จำนวน 16 ใบ,บัตรเครดิตธนาคารต่างๆจำนวน 6 ใบ ,สมุดธนาคารของธนาคารกรุงไทย จำนวน 3 เล่ม ระบุชื่อ น.ส.บุฯกร ชัยมล และซิมมือถือ จำนวน 10 อัน จึงคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่
ซึ่งการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งทำให้คดีฉกชิงวิ่งราวและปลันทรัพย์ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ลดลง เนื่องจากแกงค์นี้เป็นแกงค์โจรอ้วนผอมที่ก่อเหตุมาแล้วในพื้นที่เป็นจำนวนหลายคดี หากผู้เสียหายท่านใดสงสัยว่าจะเคยถูกคนร้ายแกงค์นี้ปล้น หรือฉกชิงวิ่งราว สามารถขอดูตัวได้ที่ สภ.หาดใหญ่ ในเวลาราชการทุกๆวัน
รวมแก๊งค์ตระเวณลักโทรศัพท์มือถือที่อ่างทอง
เมื่อเวลา 15.00 น.พ.ต.ท.สำราญ อ่วมเขียว รองผกก.ส.สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายไพฑูรย์ เครือแก้ว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 / 1 ต.แสวงหา อ.เมือง จ.อ่างทอง ขณะขับรถติดไฟแดงอยู่ในตลาดโพธิ์ทอง พร้องของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 1 เครื่อง ยาบ้าจำนวน 4 เม็ด หลังสืบทราบว่านายไพฑูรย์ ได้ร่วมกับเพื่อนออกตระเวณลักโทรศัพท์มือถือตามร้านต่างๆ
พ.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีคนร้ายงัดฝ้าเพดานร้านฮาร์ทโมบายซึ่งเป็นร้ายขายโทรศัพท์มือถืออยู่ในตลาดโพธิ์ทอง ได้โทรศัพท์ไปกว่า 30 เครื่อง ทางเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนทราบว่านายไพฑูรย์ ได้ร่วมกับนายพิเชฐ ผลจันทร์ อายุ 34 ปี และนางสุชาดา ทองใบ อายุ 24 ปี สองสามีภรรยา ออกตระเวรทำการลักขโมยโทรศัพท์มือถือตามที่ต่างๆโดยเฉพาะร้ายขายโทรศัพท์ จึงทำการออกสืบสวนและพบว่านายพิเชฐและนายไพฑูรย์กำลังนำโทรศัพท์ไปขายในร้านค้าแห่งหนึ่งจึงทำการเข้าจับกุมแต่ทั้งคู่ไหวตัวทันจึงสามารถจับนายไพฑูรย์ได้เพียงคนเดียวส่วนนายพิเชฐ และนางสุชาดา ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามล่าตัวอยู่



