
ทนาย"อ้อ-อ้าย"ขอร่วมฟังการสอบสวน
ญาติ"อ้าย-อ้อ"ขอเยี่ยมทนายขอร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย "คณบดีรัฐศาสตร์ จุฬาฯ" ชี้เขมรส่งตัวผู้ต้องสงสัยจ้างบึ้ม"ภท."ให้ไทยเป็นการแสดงถึงน้ำใจ แนะใช้เรื่องนี้เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหม่ ส่วนอนาคตจะส่งตัว"ทักษิณ"กลับไทยหรือไม่ ยังไม่แน่ อ้างการเ
(5ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังนำตัวนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย และนางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย เข้าห้องขังที่ดีเอสไอ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ปรากฏมีทนายของผู้ต้องหาได้เข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำด้วย ขณะเดียวกันยังมีญาติของนางวริศรียาติดต่อขอเข้าเยี่ยมด้วย 2 คนคือ นางวาราณา ดลธนวัฒน์ พี่สาว และนายพงษ์พันธ์ บุญสม หลานชาย
ชวรัตน์ปลื้มเขมรส่งผู้ต้องหาบึ้มภูมิใจไทย
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ ที่กัมพูชาไม่ได้เอาเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง แต่การที่ผู้ต้องหาปฏิเสธก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำหน้าที่ค้นหาความจริงต่อไป
อ.จุฬาฯชี้เขมรมีน้ำใจส่งตัวผู้สงสัยจ้างบึ้ม"ภท."ให้ไทย
นายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ทางกัมพูชาส่งตัวผู้ร้ายคดีวางระเบิดพรรคภูมิใจไทยกลับประเทศไทย ว่า มองว่า เป็นบรรยากาศที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ การที่กัมพูชาแสดงท่าทีทีดีก็น่าจะขอบคุณ และเป็นตัววัดว่า บรรยากาศการร่วมมือระหว่างประเทศจะดีขึ้นมากในอนาคต
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา มีความไม่เข้าใจกันในเรื่องพรมแดน แต่ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เราไม่ค่อยคุยกันเสียมากกว่า เรื่องพรมแดนนั้น เราเจรจากันน้อยเกินไป และมีท่าทีต่างกัน กัมพูชาใช้เวทีประชาคมโลก ในขณะที่ไทยต้องการเจรจาสองฝ่าย แต่ในเรื่องส่งตัวผู้ร้ายนี้ เมื่อทางกัมพูชาคุยกับเรา ถ้าเราจะเริ่มใช้เรื่องนี้สร้างความเข้าใจระหว่างกันก็ดี แม้ว่าเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับปัญหาพรมแดน แต่ความสัมพันธ์ทางการทูต การถือว่า เป็นสัญญาณเบื้องต้นที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
เมื่อถามว่า มีการมองว่า นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายจรัส กล่าวว่า มีหรือไม่มีก็ตาม แต่ถ้าใครทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าจะมองว่า มีลับลมคมในอะไรแลกเปลี่ยนกัน มันคงยังไกลเกินกว่าจะมองอย่างนั้น ตอนนี้ก็ขอให้ดูว่า รัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งเชื่อว่า การส่งตัวมา น่าจะมีการประสานไปจากทางไทยด้วย
เมื่อถามว่า มองว่าต่อไปกัมพูชาจะร่วมมือในการส่งตัวนักโทษคดีการเมืองกลับประเทศไทยหรือไม่ นายจรัส กล่าวว่า ต้องมองเป็นเรื่องๆ ในโลกของความเป็นจริง ต้องยอมรับว่า นักการเมืองที่มีอิทธิพล มีอำนาจการต่อรองสูง อาจทำให้ส่งตัวกลับได้ยาก การเมืองก็เป็นอย่างนี้ มีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
"ตู่"ซัดรบ.จัดฉากจับ2ผู้ต้องหาจ้างบึ้มภท.
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้คุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน แล้ว ทำให้เกิดความสงสัยในพฤติกรรมของผู้ต้องหาทั้งสอง ว่าหลังจากทั้งสองข้ามผ่านแดนเข้าประเทศกัมพูชาแล้วได้มีการกล่าวอ้างว่าต้องพบตัวแกนนำนปช. เช่น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ อีสาน จะไปพบกันได้ที่ไหน ซึ่งทางการกัมพูชาเกรงว่าจะเป็นการส่งสายลับมาหรือไม่ นอกจากนี้มีการกล่าวอ้างว่ากลุ่มแกนนำ และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ได้ส่งผู้ต้องหาทั้งสองไป ซึ่งเป็นความเท็จ เพราะเมื่อสอบถามไปยัง พ.อ.อภิวันท์ ปฎิเสธไม่รู้จักผู้ต้องหาทั้งสอง ดังนั้นทางการกัมพูชาจึงเกิดความสงสัยพฤติกรรมผู้ต้องหาทั้งสอง เพราะทางการกัมพูชาก็เคยออกมาปฏิเสธแล้วว่านายอริสมันต์ และนายสุพร ไม่ได้อยู่ในประเทศ
“เมื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีการนำรถเข็นเงาะไปวางระเบิดที่พรรคภูมิใจไทยโดยได้ค่าจ้างแค่สองพันบาท เป็นเหมือนนิยาย คดีนี้มีความน่าสงสัยเรื่องการจัดฉากอย่างชัดเจน ” นายจตุพรกล่าวและว่า ไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาทั้งสอง และยืนยันว่าผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ถูกจับตั้งแต่แรกไม่ใช่การ์ด นปช.แหลมฉบัง ส่วนที่คิดว่าหากทั้งสองเป็นกลุ่มเสื้อแดง และทำด้วยใจและการออกมากล่าวเช่นนี้จะทำให้เสียแนวร่วมหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าจะไม่เสียแนวร่วม เพราะพวกนั้นไม่ใช่แนวร่วมเดียวกันตน โดยเหตุระเบิดพรรคภูมิใจไทย ผู้ที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ส่วนพวกตนเสียประโยชน์
พท.ฉีกหน้าศอฉ-รบ.อ้างนำเสื้อแดงกลับบ้านแต่กลับส่งคุกค่ายทหาร
เมื่อเวลา 14.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยพล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้นำประชาชนที่ถูกทหารจับตัวไปคุมขังไว้ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ได้ร่วมกันแถลงข่าวอาทิ นายนาม วันดี อายุ 75 ปี จ.นนทบุรี อดีตกรรมการห้ามมวย นายประยงค์ อยู่เอี่ยม อายุ 61 ปี กทม.อาชีพ รปภ. นายพันธ์ศักดิ์ ฉิมพลี อาชีพทำนา จ.ขอนแก่น นายอุบล สุขโข 52 ปี จ.สมุทรปราการ นายประสาท อาจผักปรัง อายุ 49 ปี นายรุ่งโรจน์ เพ็งเส็ง อายุ 35 จ.พระนครศรีอยุธยา นายอัฒพงษ์ สรรพศรี อาชีพรับจ้าง และนายนวล โชคเจริญ จ.ขอนแก่น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวที่ จ.กาญจนบุรี ได้มาร้องเรียนกับพรรคเพื่อไทยโดยผ่านทางญาติและเพื่อนว่าพวกเขาได้ถูกจับตัวไปตั้งแต่ 19 พ.ค.โดยได้มีการขนขึ้นรถซึ่งพยานบอกว่าน่าจะเป็นรถทหาร โดยส่วนหนึ่งศอฉ.บอกว่าจะส่งกลับภูมิลำเนาโดยรัฐบาลและศอฉ.และกองทัพจะจัดรถให้ แต่จากพยานที่ร้องมาและผู้ที่หลบหนีมาก่อนหน้านั้นได้แจ้งว่ามีประชาชนได้ตั้งเป็นซุ้มที่สามแยกศาลาแดง หรือพระบรมรูปของร.6 ทั้งซ้ายและขวาจะถูกกวาดต้อนขึ้นรถจำนวนร้อยกว่าคน ทั้งนี้มีพยานชุดแรกหนีออกมาได้พร้อมกับผู้ชุมนุมในชุดแรกและได้มาที่พรรคเพื่อไทยและไม่ได้แถลงข่าวเพราะห่วงความปลอดภัยของกลุ่มคนที่เหลือ ซึ่งคนเหล่านี้ถูกนำไปขังที่จ.กาญจนบุรี ซึ่งผู้ที่ถูกคุมขังในชุดแรกมีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย มีทั้งคนแก่และวัยรุ่น ถูกขังรวมเป็นชุดตั้งแต่ชุดวันที่ 19 พ.ค.และชุดวันที่ 20 พ.ค.ด้วย รวมเบ็ดเสร็จประมาณร้อยกว่าคน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ชุดแรกที่หนีออกมาได้แปดคน แต่ปรากฏที่แจ้งเป็นรายชื่อคือ นายสมชาย วิเชียรศรี จ.เพชรบูรณ์ นายมนัส สุวรรณโณ. จ.สงขลา นายสุชาติ หลังพุด จ.อยุธยา นายชำนาญ พรมมา จ.หนองบัวลำพู นายเฉลิม ใจงาม จ.ขอนแก่น นายวิเชียร บุญตาหลง จ.ขอนแก่น ส่วนอีกสองคนเขาขอให้ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งที่คนเหล่านี้หนีออกมาได้เพราะมีพระรูปหนึ่งที่ถูกจับด้วย โดนท่านยอมสึก และช่วยคนกลุ่มนี้หนีออกมา ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย โดยพล.ท.มะ โพธิงาม ส.ส.กาญจนบุรี และพล.ต.ศรชัย มนตริวัตร ส.ส.กาญจนบุรี ได้ประสานให้ความช่วยเหลือเป็นระยะ ซึ่งคนเหล่านี้เราได้บันทึกเป็นหลักฐานโดยที่มีการถ่ยวีดีโอและคลิปไว้แล้วเพื่อป้องกันการติดตามจากเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการทางกฎหมาย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนชุดที่สองถูกช่วยเหลือโดยมีการมาปล่อยตัวที่จ.กาญจนบุรี คือที่หน้าวัดโพธิสัตย์บรรณพต อ.เมือง กาญจนบุรี ซึ่งพยานยืนยันว่ามีการปล่อยรวมกันทั้งหมด 30 คน แต่ 11 คนที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ได้เดินมาที่สถานีรถไฟ แต่ไม่รู้สถานที่คุมขังเพราะถูกปิดตา ปิดปาก ปิดหน้า โดยถูกจับเมื่อวันที่ 19 พ.ค.แล้วถูกขนไปยังค่ายแห่งหนึ่งที่จ.กาญจนบุรี จากนั้น ตนได้ประสานกับพล.ท.มะ โพธิงาม เพื่อมาแถลงต่อสื่อเพื่อเรียกร้ององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงให้รัฐบาลได้ตระหนักว่าการควบคุมประชาชนตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลกล่าวอ้างนั้น สามารถคุมตัวได้ 30 วัน แต่ควบคุมตั้งแต่ 19 พ.ค.แล้วมาปล่อยตัวเมื่อวันที่ 4 ก.ค. เป็นเวลาเกือบสามเดือน ซึ่งนอกจากจะถูกจับแล้ว ทั้งทรัพย์สิน มือถือ บัตรประชาชนก็ถูกเก็บหมด แถมให้อาหารวันละหนึ่งมื้อเท่านั้น ซึ่งตรงกับ 8 คนแรกที่บอกกับพรรคเพื่อไทยว่ามีเจ้าหน้าที่แต่งกายครึ่งท่อนควบคุม พวกเขาจึงไม่กล้าหนีเพราะถูกคุมขังท่ามกลางป่าล้อมรอบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยอยากขอให้องค์กรสิทธิมนุษยชน ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาได้มาดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกินกว่าเหตุจำเป็นอันควร เป็นการกระทำอันไม่สุจริตและน่าจะผิดกฎหมาย ไร้มนุษยธรรมสมควรต้องประณาม และอยากเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวประชาชนที่ถูกคุมขังเหล่านี้โดยด่วน และยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากพรรคได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว จะยื่นต่อองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยูเอ็น และฮิวแมนไรท์วอช เพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมให้กับบุคคลทั้งหมด
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าการที่ทหารนำประชาชนที่ถูกกักขังในค่ายจ.กาญจนบุรี มาปล่อยนั้น น่าจะเป็นเรื่องของคนในกองทัพที่กำลังแตกแยก จึงปล่อยมาเพื่อประจานรัฐ และจากการรวบรวมพยานหลักฐานค่ายแห่งนี้เคยควบคุมคนเสื้อแดงมาแล้ว แต่ครั้งนี้คงเกิดจากความแตกแยกภายในหน่วย เขาจึงปล่อย เพราะถ้าไม่ปล่อยคนเหล่านี้ก็จะสาบสูญแน่นอน”นายพร้อมพงศ์ กล่าว
ด้านนายสุนัย ผาสุก นักวิชาการอิสระ ที่ปรึกษาองค์การฮิวแมน ไรท์ วอทช์ กล่าววว่า การควบคุมผู้ต้องหาตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นที่สนใจของทางองค์การฮิวแมนไรท์ วอทซ์ เพราะเป็นการควบคุมตัวที่ไม่ได้แจ้งและมีหลักประกันว่าคนเหล่านั้นจะได้พบญาติหรือไม่ และการควบคุมตัวดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ขัดหลักมนุษยชน เรื่องนี้ทางศอฉ.และทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน
“กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องไปตรวจสอบยอดบุคคลที่ถูกควบคุมตัวว่ามีจำนวนเท่าไร และถูกควบคุมตัวกี่วันแล้ว เพราะหากควบคุมตัวเกิน 30 วันจะต้องมีการตั้งข้อหา ไม่เช่นนั้นจะต้องมีการปล่อยตัวออกมา” นายสุนัย กล่าว



