ข่าว

"ปายปรองดอง"บทพิสูจน์คืนความสามัคคีสู่ชุมชน

"ปายปรองดอง"บทพิสูจน์คืนความสามัคคีสู่ชุมชน

06 ก.ค. 2553

สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย เมื่อกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกันสุดขั้ว ระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน สร้างปรากฏการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เมื่อสองแกนนำในพื้นที่ คือนายสมเกียรติ สมจิตร แกนนำคนเสื้อเหลือง อ.ปาย แล

  นายสมเกียรติบอกว่า อ.ปายเป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รุนแรง แต่คนที่ชักนำเรื่องการเมืองเข้ามาในพื้นที่ คือคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาอาศัยอยู่ ทั้งตนและแกนนำเสื้อแดงอีกคนหนึ่ง 

 ดังนั้น ในฐานะแกนนำเสื้อเหลืองและเสื้อแดงจึงคิดว่า เมื่อมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จึงไม่อยากทำให้อ.ปาย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสูญเสียเสน่ห์ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น เพราะ อ.ปายไม่ใช่สมบัติของเรา แต่เป็นสมบัติของส่วนรวมของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลก จึงควรรักษาเสน่ห์ตรงนี้ไว้ ที่สำคัญเราควรเคารพสิทธิเสรีภาพทางความคิด ไม่ควรนำเรื่องการเมืองเข้ามาในชุมชน ควรทำเมืองให้สงบสุข น่าอยู่ และเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกต่อไป

 "แม้เราคิดต่าง แต่ไม่ควรสร้างปัญหาให้คนในพื้นที่ ซึ่งอยู่กันแบบเรียบง่าย ไม่รู้เรื่องการเมืองมากนัก จึงไม่ควรทำให้การเมืองมีผลกระทบกับวิถีชีวิตของคนปาย" นายสมเกียรติกล่าว

 ด้านนายสำเริงกล่าวว่า เมื่อมีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นคนก็เริ่มแตกแยก และเมื่อทุกคนมีสิทธิรักกลุ่ม รักสี แต่ใจจริงๆ คนไทยไม่มีสี เรารักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นจุดยืนของคนไทยทุกคน เมื่อถึงจุดที่ความขัดแย้งในสังคมทวีความรุนแรงมากขึ้น คนไทยเกิดความเบื่อหน่ายการเมือง เบื่อเสื้อเหลือง เบื่อเสื้อแดง อยากเห็นบ้านเมืองเกิดความสงบสุข

 "ผมได้คุยกับแกนนำเสื้อแดงหลายจังหวัด ทั้งอีสาน กลาง เหนือ ทุกคนยืนยันตรงกันว่า รักสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่เราอยากเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน เร่งแก้ปัญหาสภาวะที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน ไม่ควรตามล้างคนเสื้อแดงอีก เพราะหากถูกกดดันมากๆ อาจทำให้คนเหล่านี้ไปเคลื่อนไหวใต้ดินแทน"

 นายสำเริงกล่าวอีกว่า ได้ประสานขอให้แกนนำทุกพื้นที่อย่าปลุกระดมหรือสร้างความแตกแยกความขัดแย้งทางการเมืองและค่อนข้างโชคดี เพราะคน อ.ปายมีคุณธรรม เมื่อปัญหาการเมืองที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งสีกัน คนบางส่วนมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง แต่ตนพยายามไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในพื้นที่

 "จุดยืนของการปรองดองระหว่างคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดง อ.ปาย คือไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก ทุกคนในพื้นที่ต่างยอมรับข้อตกลงนี้ และแกนนำทั้งสองสีจะไม่สร้างกระแสความขัดแย้งขึ้นอีก แต่เราจะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ โดยนำคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงออกมาช่วยกันทำงาน ส่วนสัญลักษณ์ทางการเมือง เช่น ธงแดง เสื้อแดง สัญลักษณ์ของคนเสื้อเหลือง ได้ขอความร่วมมือให้คนทุกคนปลดลงหรือเก็บไว้ เพราะเกรงว่าหากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่อาจเกิดความอึดอัด   ซึ่งก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี"

 นายกิตติภูมิ สังข์หอม รองนายกเทศมนตรีตำบลปาย ตัวแทนของคนท้องถิ่น อ.ปาย กล่าวว่า ยอมรับว่าการเมืองท้องถิ่นหนีการเมืองระดับชาติไม่พ้น การเมืองท้องถิ่นถือเป็นฐานของการเมืองระดับชาติ แม้คนในพื้นที่หลายคนจะเป็นกลางแต่เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดง ก็มีผลกระทบกับพื้นที่พอสมควร ตนจึงพยายามไม่ให้มีการเคลื่อนไหวหรือเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นในพื้นที่ เพราะปายเป็นเมืองท่องเที่ยว เราห่วงว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว

 อย่างไรก็ตามเมื่อคนทั้งสองสีหันมาปรองดองกัน เชื่อว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทั้งคนในท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และเทศบาลตำบลปาย กำลังมองหาช่องทางจะพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อสร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้แก่ท้องถิ่นและคนในชุมชนอย่างทั่วถึง

"จันจิรา จารุศุภวัฒน์"