ข่าว

2ผู้ต้องหาจ้างบึ้มภท.ถึงสุวรรณภูมิแล้ว

2ผู้ต้องหาจ้างบึ้มภท.ถึงสุวรรณภูมิแล้ว

05 ก.ค. 2553

สองผู้ต้องหาจ้างวานบึ้ม"ภูมิใจไทย"เดินทางจากกัมพูชาถึงสุวรรณภูมิ ดีเอสไอนัดอัยการร่วมสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธยอมรับเกี่ยวข้องกับการทำระเบิด

(5ก.ค.) เวลา 11.00 น. ทีมสอบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ซึ่งดูแลคดีจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปรับตัวสองผู้ต้องหาคดีว่าจ้างก่อเหตุลอบวางระเบิดข้างพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง เดินทางไปรับตัวที่สนามบินกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ก่อนแล้ว ประกอบด้วย นางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ อายุ 42 ปี และนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย อายุ 41 ปี

หลังผู้ต้องหาทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุมได้ในเขตจังหวัดเสียมราฐ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 โดยประสานกับสถานฑูตไทยพร้อมส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทยในวันนี้ โดยพล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำกำลังเดินทางมารับตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางไปฝากขังต่อที่ศาลอาญาทันที เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการจับกุมตัว นางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ และนายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย ว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธว่าเกี่ยวข้องกับการทำระเบิดจริง แต่ไม่รู้ว่าระเบิดที่ทำแล้วจะเอาไปวางที่ไหน โดยภายหลังการรับตัวผู้ต้องหาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะนำตัวมาควบคุมที่ดีเอสไอ ก่อนนำตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 6 ก.ค. นี้ ในส่วนของมาตรการดูแลความปลอดภัย ตนไม่ได้สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ เพราะภายในดีเอสไอได้ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาตลอด อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือ ผลิตและมีระเบิดในครอบครอง กับข้อหาก่อการร้าย โดยในเวลา 14.00 น. ดีเอสไอและอัยการจะร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าทางการกัมพูชาจะส่งตัว “อ้อ- อ้าย” 2 ผู้ก่อเหตุจ้างวานบึ้มพรรคภูมิใจไทยว่า ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปเพราะมีกรณีต่าง ๆ หลายกรณี เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่มีการประสานงานกัน ก็ต้องดูว่าเมื่อมีการเริ่มต้นอย่างนี้แล้วจะพัฒนาต่อไปอย่างไร ส่วนจะเป็นตัวจริงหรือไม่นั้น ตนคงยังไม่พูดอะไร จนกว่าจะได้เห็นของจริงก่อน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ดูเรื่องนี้มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาอย่างนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ที่ทางการไทยต้องการ ไม่เห็นทางการกัมพูชาจะส่งตัวมา รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า ก็เป็นคำถามที่หลายคนถามอยู่ แต่อย่าเพิ่งไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร ดูตามข้อเท็จจริง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูว่าทางกัมพูชากำลังสร้างภาพหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปว่าเขาอย่างนั้นเลย เขาก็เป็นเพื่อนบ้านเรา ก็ต้องปฏิบัติกันด้วยความระมัดระวัง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนเขาอยากจะฟื้นความสัมพันธ์กับไทยหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า ก็อาจจะเป็นไปได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลทางสถานทูตได้ยืนยันหรือไม่ว่าผู้ต้องหาไทยหลบหนีไปที่กัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานจากสถานทูตในเรื่องเหล่านี้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้บางทีอาจจะยาก อย่างสถานทูตประเทศอื่น เขาคงไม่รู้ทุกเรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเราก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเป็นอย่างไร ไปทึกทักกล่าวหาเขาก็อาจจะเสียความสัมพันธ์กันได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก 2 ผู้ต้องหาที่ทางกัมพูชาส่งมาเป็นตัวจริงที่ดำเนินการวางบึ้มพรรคภูมิใจไทย ท่าทีของรัฐบาลไทยต่อกัมพูชาจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร รองนายกฯฝ่ายมั่นคง กล่าวว่า ก็ต้องค่อย ๆ ดูกันไป อย่ารีบ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า 2 ผู้ต้องหาอ้อ- อ้าย เป็นสายลับของรัฐบาล ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “จะมีใครสักกี่คนในประเทศไทยที่ยังเชื่อนายจตุพร เราอย่าไปให้ความสำคัญ เขาก็พูดไปอย่างที่เราเห็นมาตลอด ไม่ได้สร้างสรรค์อะไร”