
ข้อสังเกต "บึ้มคลังน้ำมัน"ทหาร
เหตุการณ์ร้อนแรงที่สุดในห้วงเวลานี้นอกจากเรื่องทีมไหนจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 แล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรตลอด 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ มีความพยายามก่อความวุ่นวายสร้างสถานการณ์เพื่อ
เหตุการณ์แรกคือระเบิดพรรคภูมิใจไทย ซอยพหลโยธิน 43 เขตบางเขน กรุงเทพฯ คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องติดถังแก๊สบรรจุน้ำมันดีเซลพันด้วยทีเอ็นทีหนัก 1 ปอนด์ ซ่อนไว้ในรถเข็นขายผลไม้ แต่เกิดความผิดพลาดระเบิดทำงานก่อนทำให้ "เอนก สิงห์ขุนทด" ผู้ร่วมขบวนการได้รับบาดเจ็บสาหัส ถัดมาไม่กี่ชั่วโมงตำรวจพบระเบิดดัดแปลงจากถังแก๊สเชื่อมวงจรเรียบร้อย มีดินระเบิดหนัก 7 กิโลกรัมซุกพงหญ้าซอยรามอินทรา 81 เป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่พรรคภูมิใจไทย
ตำรวจโยงสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกัน ไม่นานเกินรอ พล.ต.ท.อิศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.และทีมสืบสวนก็ติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือได้ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประวัติพัวพันกับกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์
ที่อุดรธานีฐานที่มั่นใหญ่ของแดงอีสานเองก็หนีไม่พ้นการสร้างสถานการณ์ เมื่อตำรวจพบระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยธูปวางอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะกลางเมืองโชคดีระเบิดไม่ทำงาน เช่นเดียวกับเชียงใหม่บ้านเกิดเมืองนอนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีคนร้ายปาประทัดยักษ์ใส่ตู้โทรศัพท์สาธารณะกลางเมืองได้รับความเสียหาย 3 ตู้
ทั้งสามเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาไล่เลี่ยกัน กระนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่สร้างผลกระทบเท่ากับเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2553 เมื่อมีผู้ไม่หวังดีมีความพยายามปฏิบัติการก่อโศกนาฏกรรม ด้วยการใช้จรวดอาร์พีจียิงเข้าใส่ถังบรรจุน้ำมันขนาด 10 ล้านลิตร คลังน้ำมันกรมพลาธิการทหารบก ย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ถังใบดังกล่าวไม่มีน้ำมันบรรจุอยู่ จึงรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ไปได้หวุดหวิด
เหตุการณ์ครั้งหลังสุดมีการกล่าวหากันไปมาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายตรงข้าม ที่หวังจะดิสเครดิตและโยนความผิดให้อีกฝ่าย แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า มีกลุ่มคนพยายามที่จะให้มีการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป เป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดีมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้พอสมควร ข้อแรกคนร้ายมีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 คน 2 คนแรกขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ 125 ซีซี สีน้ำเงิน ทะเบียน วขก 125 กรุงเทพมหานคร ส่วนอีก 2 คนขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขทะเบียน ตามกันมาจนถึงจุดลงมือซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะอยู่ไม่ห่างจากปากซอยทรายทอง 20 ที่คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่มากับรถจักรยานยนต์ลงมาหยิบอาร์พีจียิงเข้าใส่ถังน้ำมัน 2 ลูก แล้วทิ้งรถจักรยานยนต์ขึ้นรถกระบะหลบหนีไป
สิ่งที่น่าสงสัยและก่อเกิดคำถามคือเหตุใดคนร้ายถึงทิ้งรถจักรยานยนต์เอาไว้เหมือนเอาไว้เป็นประจักษ์พยานให้ตามตัว แต่ข้อนี้ก็รอดพ้นข้อกล่าวหาไป เมื่อเจ้าของรถตัวจริงปรากฏตัวออกมายืนยันความบริสุทธิ์
อีกข้อคือเวลาที่คนร้ายลงมือเป็นช่วงหัวค่ำ ประกอบกับบริเวณจุดยิงมีพยานเห็นพฤติกรรมคนร้ายชัดเจน แต่กาลกลับกลายเป็นว่าจดจำตำหนิรูปพรรณไม่ได้ น่าสนใจว่าท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนในละแวกนั้นคนร้ายยังกล้าลงมือได้อย่างใจเย็น ทั้งที่เครื่องยิงจรวดอาร์พีจีมีเสียงค่อนข้างดัง ส่งผลให้มีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ตำรวจกลับปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไปกว่าจะติดตามตัวพยานมาสอบปากคำได้
ประเด็นที่คนขี้สงสัยให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือความโชคดีอย่างมหัศจรรย์ที่ในบรรดาถังน้ำมันจำนวนมากมายในกรมพลาธิการทหารบก คนร้ายกลับอับโชคยิงใส่ถังใบที่ไม่มีน้ำมันบรรจุอยู่ ทั้งที่จุดลงมือยิงอยู่ห่างออกไปเพียง 100-150 เมตรเท่านั้น เป็นจุดหวังผลก่อเกิดโศกนาฏกรรมได้อย่างง่ายดาย
ทั้งหมดนี้คือข้อสังเกตเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ลงมือ อย่างน้อยก็เชื่อได้ว่าแค่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวง เพราะหากถังน้ำมันขนาด 10 ล้านลิตรระเบิดขึ้นจริง ท่ามกลางชุมชนและผู้คนจำนวนมากคงจะหลีกเลี่ยงความสูญเสียมหาศาลไม่ได้ ส่วนจะเป็นใครที่หวังใช้สถานการณ์นี้เพื่อชิงความได้เปรียบไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ เพราะมีกันอยู่แค่ไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ที่กล้าทำได้ถึงขนาดนี้



