
"ปฏิรูปที่ดิน"แก้ปัญหาบ้านเมือง-การเมือง
เสียงวิจารณ์ "รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" คงมาตรการ "ประชานิยม" ลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนอีก 6 เดือน จากเดิมสิ้นสุดเมื่อเดือนมิถุนายน จะไปสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2553 ซึ่งมาตรการเหล่านี้เริ่มในสมัย "รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช" หวังคะแนนนิยมจากประชาชน
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่น่าจับตามองว่าทำเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองหรือทำเพื่อแก้ปัญหาการเมือง!
โดยเฉพาะ "โฉนดชุมชน" ของสำนักนายกรัฐมนตรี กับ "ธนาคารที่ดิน" ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ไม่มีที่ดินทำกิน และประชาชนที่รายได้น้อยได้เช่าที่ดินในราคาต่ำเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินในการสร้างรายได้
"ถาวร เสนเนียม" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เล่าถึงความแตกต่างระหว่าง "โฉนดชุมชน" กับ "ธนาคารที่ดิน" ว่า โฉนดชุมชนเป็นการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจนและชุมชนที่ทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป่า แต่อยู่รวมกันเป็นชุมชน เพื่อให้ประชาชนซึ่งรวมตัวกันเป็นชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลใช้ประโยชน์ที่ดินรวมกัน
"โครงการโฉนดชุมชนไม่ใช่การไปออกโฉนดให้คนใดคนหนึ่ง แต่หลักการใหญ่ๆ เป็นเอกสารสิทธิให้ชุมชนได้ไปใช้ที่ดินสาธารณะที่มีอยู่หลายประเภทในหลายที่ของรัฐให้มีการสำรวจพื้นที่สาธารณะที่ว่างเปล่า เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ในการทำกินทำประโยชน์"
"ถาวร" กล่าวว่า โฉนดชุมชนเมื่อออกมาแล้วจะให้เอกสารโฉนดชุมชนเฉพาะชุมชนที่ตั้งเป็นชุมชนมาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับตั้งแต่วันที่สำนักนายกฯ ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และเอกสารนี้ไม่เป็นของใครแต่มีการแบ่งสัดส่วนในการทำกิน เพื่อให้ประชาชนซึ่งรวมตัวกันเป็นชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกัน
"ถาวร" กล่าวว่า ความหมายง่ายๆ ของ "โฉนดชุมชน" คือ จะออกเป็นโฉนดชุมชนได้ก็ต่อเมื่อที่ดินบริเวณดังกล่าวต้องเป็นที่อยู่ของชุมชนนับย้อนหลังไปตั้งแต่วันประกาศใช้อย่างน้อย 3 ปี และเป็นเอกสารร่วมกัน
"รมช.มหาดไทย" กล่าวว่า โครงการโฉดชุมชนได้กำหนดพื้นที่นำร่องไว้ในพื้นที่ 5 แห่งของ 2 จังหวัด ที่เชียงใหม่กับลำพูน
ส่วน "ธนาคารที่ดิน" ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย "ถาวร" กล่าวว่า รูปแบบของธนาคารที่ดินนั้นจะนำที่ดินของเอกชนที่ถูกธนาคารยึด และที่ดินของรัฐที่มีปัญหาที่เหมืองร้างหมดสัมปทาน นำมาจัดรูปพัฒนาใหม่ แล้วนำมาให้ประชาชนเช่า หรือเช่าซื้อโดยให้แก่คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน
"มีการนำที่ดินทั้งของรัฐและเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าเพื่อให้เกษตรกรผู้ยากจนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง สนับสนุนให้ชุมชนมีการจัดการร่วมแบบลักษณะโฉนดชุมชน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน และสนับสนุนการรักษาและคุ้มครองพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับนิเวศวิทยา ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งนี้มีกรอบทำงาน 3-5 ปี เพื่อผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.องค์กรธนาคารที่ดิน" รมช.มหาดไทย กล่าว
"ถาวร" ได้อธิบายพันธกิจหลักของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ว่า จะเร่งจัดทำนโยบาย ร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งธนาคารที่ดิน, รวบรวมข้อมูลที่ดินและเป็นตัวกลางกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งประเทศ
"ถาวร" ได้ยกตัวอย่างให้ฟังว่า ที่ จ.จันทบุรี มีที่ดินอยู่หนึ่งแปลง ก่อนหน้าเป็นที่ทิ้งขยะคนจนก็ไปเก็บขยะไปขายเป็นรายได้ ต่อมามีการสร้างบ้านบริเวณดังกล่าว รัฐจึงนำที่ดินนี้มาแบ่งเป็นแปลงมอบให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่ได้รับเงินจากรัฐบาลไปสร้างบ้านให้ในลักษณะการปล่อยกู้ ถ้าใครกู้เงิน 1.8 แสนบาท ใต้ถุนบ้านโล่ง แต่ถ้ากู้ 2 แสน กั้นใต้ถุนบ้านได้ ซึ่งได้เดินทางไปทาสีบ้านให้ และเปิดให้เข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการนำที่ดินของรัฐไปจัดสรรให้คนยากจน
"บางพื้นที่ถ้ากฎหมายฉบับหนึ่งเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้ก็ต้องนำรูปแบบของโฉนดชุมชนเข้าไปช่วยรัฐบาลเอาจริงไม่จะเป็นโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน กองทุนที่ดิน รัฐบาลชุดนี้ทำจริงๆ คาดว่าอีกไม่นานเราทุกคนจะได้เห็นธนาคารที่ดิน” รมช.มหาดไทยย้ำ
"ถาวร" กล่าวว่า ในอนาคตนอกจากการออกโฉนดชุมชน และธนาคารที่ดิน ได้มีแนวคิดเตรียมจะออกโฉนดบุคคล เพื่อออกโฉนดให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวติดต่อกันมาเป็นเวลาอย่างน้อย 40 ปีขึ้น สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว
"เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวราชการหมดปัญญาในการนำที่ดินกลับคืนมาหากยังคงไว้อาจจะสร้างปัญหาให้แก่ผู้อาศัยในการเข้าถึงแหล่งทุน จึงคิดว่าควรออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ให้เขาไปเป็นทุนน่าจะดีกว่า แต่คงต้องให้เทศบาลเจ้าของท้องถิ่นและให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าไปร่วมตรวจสอบสิทธิด้วย ไม่ใช่เพื่อมุ่งเน้นหาเสียง แต่ช่วยเหลือผู้ไม่มีที่ดินทำกินและผู้มีรายได้น้อย" รมช.มหาดไทย กล่าว
โครงการทั้งหมดหากเป็นการทำหน้าที่ในฐานะ "ฝ่ายบริหาร" มุ่งเน้นแก้ปัญหาบ้านเมืองมากกว่าการเมืองเสียงตอบรับที่จะกลับมารับรองว่า "ยั่งยืน" แน่นอน



