ข่าว

  ล้านความคิดหนึ่งเมล็ดงา

ล้านความคิดหนึ่งเมล็ดงา

05 ก.ค. 2553

ไม่ว่าโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด จะกลั่นออกมาจากสมองใครก็ตาม แต่สิ่งที่อธิบายได้ชัดเจนก็คือ นี่เป็นการใช้เวลาทำงาน ใช้ทรัพยากรบุคคลของรัฐบาลที่สูญเปล่า หาสาระสำคัญอันใดมิได้เลย หรือหากจะค้นหาประโยชน์ที่ได้รับจากการถามความเห็นประชาชนในลักษณะปลายเปิด คื

หรือทัศนคติ โดยปราศจากกรอบความคิด และเงื่อนไขใดๆ อีกทั้งไม่แน่ใจว่า จะนำข้อมูลนี้ไปสังเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อสรุปรวบยอด อันจะแปรผลเป็นการปฏิบัติได้อย่างไร ดีที่สุดคือการปฏิบัติการเชิงจิตวิทยาของรัฐบาล เพื่อให้เห็นว่าประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทยแล้วเท่านั้น

 ถามว่ารัฐบาลได้มรรคผลอย่างไรในการถามความเห็นของประชาชนที่ไร้ระเบียบวิธี เป็นการถามแบบเหวี่ยงแหที่ไม่อาจวัดได้ว่าจำนวนประชากรที่แสดงความคิดเห็นผ่านสายโทรศัพท์มีจำนวนมากน้อยเพียงใด มาจากการจัดตั้งหรือไม่ หรือมีเจตนาบริสุทธิ์เพียงใดที่จะร่วมแสดงความเห็น หรือที่รัฐบาลบัญญัติศัพท์ว่า บริจาคความคิด นี่อาจไม่ต่างไปจากวิธีเก็บข้อมูลในงานวิจัยเชิงปริมาณ ที่ไม่ได้ใส่ใจมากนักว่าความคิด ความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามนั้นเป็นเพียงทัศนคติ อารมณ์ ความรู้สึกในขณะนั้น หรือเป็นข้อมูลที่ผู้ตอบคำถามต้องการอธิบายเพื่อตอบโจทย์การวิจัย หรือต้องการมีส่วนร่วมในเวทีแห่งความคิดเห็นอย่างแท้จริง เพราะในความเป็นจริงประชาชนที่สนใจโทรศัพท์เข้าไปแสดงความเห็นก็ล้วนต้องการใช้เป็นช่องทางในการระบายอารมณ์เกือบทั้งสิ้น

 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ซึ่งร่วมรับโทรศัพท์ในโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศอธิบายว่า โทรศัพท์ที่รับค่อนข้างมีความหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรู้สึก ความคิดเห็นทางการเมือง ส่วนใหญ่อยากจะให้เกิดความปรองดอง โดยยอมรับได้ว่าเรื่องของผู้ที่มาชุมนุมที่มีความทุกข์การครองชีพ คุณภาพชีวิต หรือแม้แต่ที่เขามีความศรัทธาในตัวบุคคล เสียงส่วนใหญ่ที่เข้ามาบอกว่ายอมรับได้ แต่พวกที่ฉกฉวยเอาความตั้งใจจริงของประชาชนเหล่านี้มาแสวงหาผลประโยชน์ในเรื่องความรุนแรง ในเรื่องของการใช้อาวุธสงครามโทรศัพท์เข้ามาส่วนใหญ่บอกว่า อยากให้ดำเนินการ แยกแยะคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน

 รัฐบาลเหลือวาระในการทำงานอีกไม่มากนัก เวลาที่เหลืออยู่ย่อมเป็นเวลาที่มีค่าอย่างยิ่งในการผลักดันงาน และโครงการสำคัญๆ ต่างๆ ให้ลุล่วง แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลือกที่จะใช้เวลาไปกับการปูทางการเลือกตั้งครั้งต่อไป ด้วยการขายนโยบายประชานิยมแบบถาวร การใช้เวลาที่ดูจะเป็นประชาธิปไตย ในการให้ประชาชนสามารถสื่อสารโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และคนในฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก็เป็นเพียงพิธีกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์อะไรมิได้ ฉะนั้น 63 ล้านความคิด จึงหาได้มีมากกว่าเมล็ดงาเพียงหนึ่งเม็ดไม่