
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่5ก.ค.
**ชุดปฏิบัติการร่วม ป.ป.ท. ป.ป.ส.และ บช.ปส. ผนึกกำลังเข้าค้นสแกนผับ ได้รับคำชมจากนายกฯ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แต่เมื่อชุด ฉก.เตรียมลงดาบเข้าจับกุมตู้ม้า บ่อนไพ่ ไฮโลกลางกรุง กลับเจอตอต้นเบ้อเร่อ เหตุเพราะผลการจับกุมสถานบันเทิงรอบแรกดันไปกระ
ทบ "กล่องดวงใจ" ผู้หลักผู้ใหญ่...ปฏิบัติการรอบ 2 จึงไม่ได้รับการอนุมัติ เป็นกันเสียอย่างนี้ ตู้ม้าเกลื่อนเมืองกันต่อไป เพื่อรักษา "ส่วยบนโต๊ะ" ให้มีจำนวนคงที่ทุกเดือน หาก "บิ๊กตุ๋ย" พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ต้องการเห็นมรรคผลต้องช่วยผลักดันให้ ป.ป.ท.มีคณะกรรมการเต็มรูป มีอำนาจตรวจค้น จับกุม ไม่ต้องงอนง้อหน่วยนอก**
**บ่นกันระงมถึงพฤติกรรม "ลูกจ้างอ้วนดำ "คนดังที่แค่เอ่ยชื่อ ไม่มีข้าราชการน้อยใหญ่ในกระทรวงตาชั่งไม่รู้จัก คนคนนี้ได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายการเมือง ว่ากันว่าคำสั่งจากลูกจ้างรายนี้ใหญ่โตเพียงพอให้ข้าราชการต้องก้มหัวรับฟัง เพราะเชื่อว่าเป็นสายตรงจากผู้ใหญ่ แต่ในแง่การปฏิบัติคงไม่มีกระทรวงใดยอมให้ข้าราชการรับคำสั่งและรายงานผลปฏิบัติการต่อลูกจ้างชั่วคราว และเพื่อเสริมน้ำหนักให้ "ลิ่วล้อ" คนใกล้ชิด คงต้องจับตาการก่อตั้ง "สำนักงานบังคับคดีอาญา" ว่า จะมีป๋าดันชื่อลูกจ้างให้ได้ปรับตำแหน่งเป็นข้าราชการสังกัดไทยมาร์แชลล์หรือไม่ **
**พูดกันมากงบฯ พิเศษที่รัฐบาลสั่งจ่ายให้ดีเอสไอในงานสืบสวนสอบสวนคดีก่อการร้าย 28 ล้านบาทหมดเกลี้ยงแล้ว จนต้องมีการอนุมัติเพิ่มให้อีกกว่า 10 ล้านบาท งบฯ หลวงราชการมีสิทธิเบิกใช้ แต่ในมุมของราษฎรเจ้าของภาษีนั่งมองตาปริบๆ ยังไม่เห็นผลงานชัดเจน จะได้ยินก็แต่ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันสั่งฟ้องคดี เสียหายขนาดนี้แค่ฟ้องไม่พอ ต้องมองถึงคำตัดสินด้วย **



