
"มารศรี สิงห์เสวก"คนดีเมืองอุตรดิตถ์
นางมารศรี สิงห์เสวก อายุ 64 ปี รับราชการตำแหน่ง ช่างสำรวจ 6 กองแบบแผนและสำรวจ กรมประชาสงเคราะห์ อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 3 ต.วังดิน อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
นางมารศรี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.วังดิน ที่มีปัญหาด้านแหล่งน้ำ จนกลายเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก เธอคำนึงแล้วว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ครอบครัวของเธอคงต้องประสบปัญหาแน่ๆ จึงเดินทางไปเข้ารับการอบรมกับส่วนราชการ เพื่อศึกษาหาความรู้ในการพัฒนาดินและการทำพืชผสมผสาน หลังจากนั้นเธอจึงได้กลับมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำไร่นาสวน โดยเริ่มปรับที่ดินที่มีอยู่กว่า 50 ไร่ เพื่อทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยวิธีการแบบลองผิดลองถูก แต่เธอก็ยังไม่ท้อแท้ จนพลิกแผ่นดินที่แล้งซ้ำซากกลายเป็นแผ่นดินทอง พืชผล และไม้ผลที่เธอลงแรงไป ออกดอก ออกผล จนสามารถทำรายได้ให้เธอ จนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันพื้นที่ของเธอได้กลายมาเป็น แหล่งเรียนรู้ ที่เพื่อนบ้านต้องแวะมาดู และเรียนรู้ เพื่อนำกลับไปทำในพื้นที่ของตัวเอง
หลังจากนั้น เธอยังได้จัดพื้นที่ 10 ไร่ ที่หลงเหลือ ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์แบบครบวงจร โดยไม่ใช้สารเคมี ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตขึ้นเอง และบอกกับเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่นา และปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ให้หันกลับมาทำนาดังเดิม เริ่มแรกมีคนเห็นด้วยเพียง 25 คน ทำนาอยู่กว่า 100 ไร่เท่านั้น หลังจากผลผลิตของเพื่อนบ้านที่เริ่มหันมาทำนาออกมา ณ วันนี้ พื้นที่ ต.วังดิน สามารถปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ได้อย่างครบวงจร อีกทั้งยังตั้งโรงสีข้าวชุมชน จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งป้ามารศรีบริจาคที่ดิน 2 ไร่ เพื่อสร้างโรงสีข้าวชุมชน
ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 100 ราย ขยายพื้นที่ทำนาข้าวหอมมะลิปลอดสารที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ คือ 8,000 ไร่ ผลผลิต 4,000 ตันต่อปี สร้างรายได้มากถึง 40 ล้านบาท และกลายเป็นศูนย์ฝึกอบรมการผลิตข้าวอินทรีย์แบบครบวงจร อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากความตั้งใจและเสียสละของเธอ ทำให้ป้ามารศรีได้รับการเชิดชูเกียรติ ในโครงการ "76 คนดี นำทาง แทนคุณแผ่นดิน" ที่ นสพ.คม ชัด ลึก จัดขึ้น ในฐานะที่เป็นบุคคลต้นแบบ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สังคมและทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน



