ข่าว

“เมืองทุ่งยั้ง”ในประวัติศาสตร์ไทย

“เมืองทุ่งยั้ง”ในประวัติศาสตร์ไทย

05 ก.ค. 2553

เมืองทุ่งยั้ง ปัจจุบันตั้งอยู่ใน ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีตำนานที่ชาวบ้านเล่าต่อๆ กันมา รวมทั้งมีปรากฏอยู่ในประวัติวัดพระยืนพุทธบาทยุคลและตำนานพระแท่นศิลาอาสน์เรื่องที่มาของนามเมืองทุ่งยั้งว่า...

 ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าสมณโคดมเสด็จมาเผยแผ่พุทธศาสนาพร้อมกับพระอรหันต์พุทธเจ้าตามมาเป็นบริวาร เมื่อถึงสถานที่หนึ่งพระองค์ได้เสด็จประทับยับยั้งอยู่เหนือแท่นศิลา จึงเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า “ทุ่งยั้ง” นับแต่นั้นมา

 นอกจากนั้นแล้วการสร้างบ้านแปงเมืองยังปรากฏอยู่ในตำนานการสร้างเมืองสวรรคโลก หรือพงศาวดารเหนือ โดยมีชื่อเรียกว่า “เมืองกัมโพชนคร" หรือเมืองทุ่งยั้ง ซึ่งมีเจ้าธรรมกุมาร โอรสของบาธรรมราชแห่งเมืองสวรรคโลกเป็นผู้ปกครอง

 ในสมัยสุโขทัยเมืองทุ่งยั้งมีชื่อปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในศิลาจารึกหลัก 7 (วัดมหาธาตุ-วัดสระศรี) ในฐานะที่เป็นเมืองหน้าด่าน ป้องกันอันตรายจากข้าศึกทางทิศเหนือควบคู่กับเมืองศรีสัชนาลัยในนาม “เมืองทุ่งย้าง”

 สมัยอยุธยาเป็นราชธานี ไม่ปรากฏชื่อเมืองทุ่งยั้งอยู่ในเอกสารหรือจารึกใดๆ แต่ปรากฏชื่อเมืองพิชัยเป็นเมืองสำคัญแทน นักวิชาการเชื่อว่าเมืองทุ่งยั้งน่าจะถูกลดความสำคัญลงไปด้วยเหตุผลทางด้านการเมืองและไม่ได้ถูกทิ้งร้างไป ยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่เรื่อยมา

 ในสมัยกรุงธนบุรี เมืองทุ่งยั้งกลับกลายมาเป็นเมืองที่มีความสำคัญในทางศาสนาแทน โดยมีเอกสารกล่าวว่า พระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จมาสมโภชพระธาตุที่เมืองทุ่งยั้งเป็นเวลา 3 วัน ดังปรากฏวัดพระธาตุทุ่งยั้งอยู่จนทุกวันนี้

 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองทุ่งยั้งปรากฏอยู่ในความดูแลของเมืองสวรรคโลก ดังในจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 เรื่องบัญชีส่วยเมืองเหนือ ซึ่งลักษณะการขึ้นตรงต่อเมืองสวรรคโลกนี้มีมากระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5

 นามเมืองนี้ อาจมีที่มาได้จากหลายสาเหตุ แต่กลายมาเป็นเมืองสำคัญที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์และถูกผูกโยงเข้ากับตำนานในพระพุทธศาสนาเมืองทุ่งยั้ง

 จึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่ยังมีประเด็นมุมมองอื่นๆ น่าศึกษาอยู่อีกมากมายเช่นกัน

เรือนอินทร์ หน้าพระลาน