
เร่งหาทางป้องพะยูนสูญพันธุ์อบต.เกาะลิบง เดินหน้าอนุรักษ์ เสริมจุดขายท่องเที่ยว
ตรัง-อบต.เกาะลิบง เดินหน้าหาทางอนุรักษ์พะยูน สัตว์คู่ท้องถิ่นเอาไว้ เพื่อเป็นจุดเด่นด้านอนุรักษ์และจุดขายด้านท่องเที่ยว หลังพบสัตว์ป่าสงวนต้องตายไปแล้วหลายตัว
นายชูศักดิ์ ชุมคง นายก อบต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปิดเผยว่า ตามที่พะยูนเป็นสัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ มีอยู่ในท้องที่ จ.ตรัง ตายไปจำนวนหลายตัวนับตั้งแต่ต้นปี 2553 เป็นต้นมา และต่อมานายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าฯ ตรัง ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์เพื่ออนุรักษ์พะยูนในท้องทะเลตรัง 5 มาตรการ ได้แก่ 1.การป้องกัน โดยจะจัดเจ้าหน้าที่แนะนำชาวประมงระมัดระวังการใช้เครื่องมือทำประมง มิให้กระทบกับการดำรงชีวิตของฝูงพะยูน 2.การปราบปราม โดย อบต.จะร่วมมือกับกองทัพเรือภาคที่ 3 และตำรวจน้ำ ในการป้องกันและปราบปรามการไล่ล่าพะยูน
3.การสร้างจิตสำนึกรณรงค์ให้โรงเรียน ชุมชน ภาคประชาสังคม อนุรักษ์พะยูน โดยเฉพาะภาคประชาชน โดยมีมูลนิธิหยาดฝน และองค์กรสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ร่วมกันขับเคลื่อน 4.การสร้างแหล่งอาหารพื้นที่ท้องทะเลตรัง เนื่องจากมีหญ้าทะเล 30,000 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์ และ 5.การส่งเสริมพะยูนกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยจัดให้สินค้าต่างๆ ของจังหวัด นำสัญลักษณ์พะยูนมาใช้เป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
"อบต.เกาะลิบง มีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ จึงได้มีโครงการหลายอย่างจะต้องเร่งดำเนินการขึ้น เช่น การก่อสร้างหอชมพะยูนหลังเขาบาตู ไว้เป็นอีก 1 ทางเลือก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการปีนเขา การก่อสร้างป้อมยามไว้ประจำการ ณ บริเวณท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว และป้องกันนักท่องเที่ยวลักลอบทรัพยากรในทะเล เช่น ปลาสวยงาม หรือปะการัง รวมทั้งการจัดหาเรือลาดตระเวน พร้อมกำลังอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เพื่อป้องกันการลักลอบทำประมงแบบผิดกฎหมาย ป้องกันการลักลอบล่าพะยูน โดยจะทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาคมระดับจังหวัด ที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม" นายชูศักดิ์กล่าว
นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังจะบูรณะหลุมฝังศพพระยาลิบง ผู้สร้างความเจริญให้เกาะลิบง ซึ่งอยู่บริเวณหมู่ 1 บ้านพร้าว ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีการก่อสร้างสะพานเดินชมป่าโกงกาง บริเวณบ้านหาดยาว ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยการพายเรือคยัค รวมทั้งการฝึกอบรมมัคคุเทศก์น้อยให้แก่นักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ ตลอดจนการฝึกอบรมภาษาอังกฤษให้มัคคุเทศก์น้อย และคนขับเรือ เพื่อไว้สื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะลิบงกันเป็นจำนวนมาก



