
นายกฯ จี้เร่งแก้หนี้อีก2แสนรายคลังเตรียมช่วยรายไม่มีผู้ค้ำประกัน-เปิดสายด่วน 1689
นายกฯ พอใจแก้หนี้นอกระบบ 2 แสนราย เชื่อเร่งนำลูกหนี้เข้าโครงการได้อีกอย่างน้อย 2 แสนราย หลังคลังออกมาตรการเพิ่มเติมแก้ปัญหากรณีไม่มีผู้ค้ำประกัน พร้อมเปิดสายด่วน 1689 ให้คำปรึกษา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เกี่ยวกับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบว่า ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว โดยเชื่อว่ามาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนแล้วได้ ซึ่งปัจจุบันแก้ได้แล้วกว่า 2 แสนราย คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ถึง 4 แสนราย และภายในสิ้นเดือนนี้จะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาหลักคือเรื่องไม่มีผู้ค้ำประกัน ซึ่งขณะนี้กำลังจัดทำรายละเอียดว่าจะให้สถาบันของรัฐหรือหน่วยงานใดเข้ามาช่วยค้ำประกันได้ หากดำเนินการได้จะทำให้มีผู้เข้าสู่ระบบการแก้ไขได้อีก 1-2 แสนราย
“ส่วนกลุ่มคนที่ไม่มีรายได้ จะนำโครงการการฝึกอาชีพตามแนวทางต้นกล้าอาชีพเข้ามาดำเนินการ เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อีกจำนวนหนึ่ง และหลังจากนี้จะไปดูในส่วนของประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนและสมัครใจออกจากโครงการหรือกลุ่มคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามา นอกจากนั้นจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่าหลังจากปรับโครงสร้างหนี้แล้วสามารถไปประกอบอาชีพลดภาระหนี้สินได้มากน้อยแค่ไหน" นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่ทำอยู่ทั้งหมดถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด นับตั้งแต่มีการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สินมา จึงทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างและความเดือดร้อนของประชาชนได้
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 และโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยให้นโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการและพบปะเอกชนในพื้นที่ว่า โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบขณะนี้รัฐบาลสามารถรับโอนลูกหนี้ได้แล้ว 2 แสนราย จากเป้าหมายที่กระทรวงมหาดไทยขึ้นทะเบียน 6 แสนราย ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงการคลังจะเดินหน้าทำความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์การโอนหนี้เข้าระบบ โดยเฉพาะปัญหาการค้ำประกัน พบว่าที่ผ่านมาข้าราการและผู้ดำเนินการ รวมทั้งสถาบันการเงินยังเข้าใจว่าผู้ค้ำประกันต้องเป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ผู้ค้ำประกัน จะเป็นใครก็ได้ที่มีฐานรายได้แต่ละเดือนเท่ากับ 1 ใน 10 ของมูลหนี้นั้น รวมทั้งวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดสายด่วนให้สอบถามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขได้ที่โครงการ "1689 สายตรงหนี้นอกระบบ" อีกทางหนึ่ง
นอกจากนั้นยังแสดงความพอใจต่อผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งโดย 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย และเชื่อว่าก่อนสิ้นปี 2553 จะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายทั้งหมด



