
คลังเข้มคิดค่าธรรมเนียมค้ำเงินกู้รสก.สูงสุดไม่เกิน0.5%-เปิดช่องเว้นให้รถไฟ-ขสมก.
คลังเล็งคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้รัฐวิสาหกิจทั้งกู้ใน-กู้นอก สูงสุด 0.5% ของวงเงิน ขึ้นอยู่กับเครดิตแต่ละแห่ง ชี้เข้าข่ายถูกจัดอันดับ 18 ราย ระบุเครดิตต่ำสุด รถไฟ-ขสมก.แต่เปิดช่องยกเว้นให้หากสนองนโยบายรัฐบาล
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังจะคิดค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันเงินกู้และให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจในอัตราไม่เกิน 0.5% ขึ้นอยู่กับเครดิตของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เพื่อให้รัฐวิสาหกิจบริการเงินกู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังยังไม่เคยคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวแม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ก็ตาม เพราะต้องการให้รัฐวิสาหกิจมีเวลาปรับตัว
แหล่งข่าวจาก สบน.กล่าวว่า การคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวดำเนินการตามร่างกฎกระทรวงที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปีก่อน แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้นำมาใช้จริงในท้ายสัญญา จึงระบุว่ากระทรวงการคลังขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าธรรมเนียม เพราะรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมแบกรับภาระที่สูงขึ้นจากการให้คลังค้ำประกันและการกู้ต่อทั้งเงินกู้ในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาคลังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังรัฐวิสาหกิจที่เข้าข่ายจำนวน 18 แห่ง ให้รับทราบการจัดอันดับเครดิตซึ่งมีผลต่อการคิดค่าธรรมเนียมแล้ว โดยจะแบ่งเป็น 8 ระดับ ระดับ 1 เป็นกลุ่มมีเครดิตดีสุด เช่น บมจ.ปตท. การบินไทย ไล่ลงมาจนถึงกลุ่ม 8 ซึ่งมีเครดิตต่ำสุดหรือมีความเสี่ยงสูงสุด เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การเคหะแห่งชาติ (กคช.) โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะต่างกัน แบ่งเป็นเงินกู้ต่ำกว่า 1 ปี กลุ่ม 1 คิด 0.01% กลุ่ม 8 คิด 0.35 เงินกู้อายุ 1-5 ปี กลุ่ม 1 คิด 0.05% กลุ่ม 8 คิด 0.40% และเงินกู้ 5-10 ปี กลุ่ม 1 คิด 0.10% กลุ่ม 8 คิด 0.45% และเงินกู้เกิน 10 ปี กลุ่ม 1 คิด 0.15% กลุ่ม 8 คิด 0.50%
“การคิดค่าธรรมเนียมการกู้เงินจะอิงจากของภาคเอกชน เช่น แบงก์พาณิชย์จะคิดประมาณ 1% ของวงเงิน แต่ของ สบน.จะคิดเป็นขั้นบันไดสูงสุดเพียง 0.50% ซึ่งไม่ได้หวังรายได้ แต่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจรู้สึกว่าเป็นเงินกู้ไม่ใช่เงินที่ได้รับมาฟรี ต่อไปจะได้มีการใช้เงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าวและว่า ในท้ายของกฎกระทรวงได้กำหนดข้อยกเว้นว่า หากรัฐวิสาหกิจนั้นๆ กู้เงินไปลงทุนตามนโยบายของรัฐบาลสามารถทำหนังสือขอยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ เช่น กรณีของรถไฟ หรือ ขสมก. ซึ่งในเร็วๆ นี้ ร.ฟ.ท.จะลงนามกู้เงินต่อจากคลังเพื่อใช้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ซึ่งเป็นเงินกู้จากไจก้า โดยอาจเป็นโครงการแรกที่เข้าข่ายคิดค่าธรรมเนียมที่ 0.5% แต่หากรถไฟทำเรื่องขอยกเว้นมาก็จะพิจารณาให้ เพราะถือเป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลและยังต้องดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพตอ่เนื่องอีก 6 เดือน จึงไม่น่าจะรับภาระได้



