
"ยูเอ็นวีเมน"-ก้าวแรกการสร้างความเสมอภาคทางเพศ
นับเป็นข่าวดีในรอบพันปีของผู้หญิงและอาจเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของสหประชาชาตินับตั้งแต่สถาปนาองค์กรนี้ขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กรณีสมัชชาสหประชาชาติลงมติเอกฉันท์เห็นชอบให้รวบรวม 4 หน่วยงานย่อยๆ ที่ดูแลปัญหาด้านผู้หญิงเข้ามาเป็นหน่วยงานใหญ่เพียงหน่ว
โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชาย จากเดิมที่ผู้หญิงมีแต่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การเอารัดเอาเปรียบ การถูกกดขี่ทางเพศ การถูกจำกัดไม่ให้มีสิทธิมีเสียงในกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกับการตัดสินใจใดๆ การถูกปล่อยปละละเลยทั้งทางด้านสุขอนามัย การศึกษา การจ้างงาน การเข้าร่วมทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ดิฉันไม่เชื่อว่าการตั้ง "ยูเอ็นวีเมน" ขึ้นมาแล้วจะช่วยสะสางสารพัดปัญหาของผู้หญิงได้หมดสิ้นภายในชั่วรุ่น แต่อย่างน้อยก็เป็นก้าวแรกที่น่าชื่นชมที่ผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่กุมอำนาจสูงสุดในประเทศต่างๆ เริ่มเข้าใจถึงรากฝอยของปัญหาของผู้หญิงบ้างแล้ว แม้จะยังไม่ตระหนักถ่องแท้ว่าแท้ที่จริงแล้วรากแก้วของปัญหาผู้หญิงมาจากการถ่ายทอดความเชื่อแบบผู้ชายๆ ผ่านทางวัฒนธรรมและศาสนา จนฝังแน่นเข้าในกระดูกดำว่าผู้หญิงไม่มีทางเท่าเทียมกับผู้ชาย แม้ว่าในทางกฎหมายอาจจะแก้ไขได้แต่ในทางเป็นจริงก็แสนยากหนักหนา
เพราะจนทุกวันนี้ แม้กระทั่งผู้ชายที่มีการศึกษาดี มีภาพลักษณ์แสนสุดยอดว่าเป็นคนรักครอบครัวและมีชื่อเสียงก้องโลกในฐานะตัวตั้งตัวตีในเรื่องโลกร้อนอย่างนายอัล กอร์ อดีตรองประธานา
ธิบดีอเมริกัน หรือไทเกอร์ วู้ดส์ ยอดนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านนางงามได้พ้น ตกเป็นข่าวฉาวว่าพัวพันกับผู้หญิงอื่นโดยไม่คำนึงถึงหัวอกของผู้เป็นภรรยา ถือเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ผู้หญิงถูกกระทำมานานไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปีมาแล้ว
หรือในหลายๆ ประเทศ การออกกฎหมายเกี่ยวกับผู้หญิงก็มักจะออกโดยนักการเมืองที่เป็นผู้ชาย ที่ไม่คำนึงว่ากฎหมายฉบับนั้นจะยิ่งตอกย้ำถึงสถานภาพที่ด้อยกว่าของผู้หญิงหรือมองข้ามความปลอดภัยของผู้หญิง ดังเช่นกฎหมายทำแท้งฉบับใหม่ของสเปนที่อนุญาตให้สามารถทำแท้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดในช่วง 14 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ รวมทั้งอนุญาตให้เด็กสาววัย 16-17 ปีสามารถทำแท้งได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากพ่อแม่ก่อนเพียงแค่ต้องแจ้งให้ทราบเท่านั้นเป็นพอ แถมยังปกป้องแพทย์ผู้ให้บริการทำแท้งไม่ให้ถูกฟ้องร้องได้ เป็นต้น
ก็เป็นเรื่องที่ผู้หญิงจะต้องสู้กันต่อไป
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



