
เขมรส่ง2คนไทยจ้างบึ้มภท.ให้ไทยพรุ่งนี้
"อภิสิทธิ์"ได้รับรายงานเขมรจับ 2 ผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิดใกล้พรรคภูมิใจไทยแล้ว เขมรเตรียมส่งตัวตามสินธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน5ก.ค. นายกฯเป็นปลื้มสหรัฐฯหนุนแผนปรองดอง พร้อมมิตรประเทศพร้อมช่วยเหลือไทยให้เดินหน้าต่อไป ยันไม่นิ่งเฉยคนคอยทำลายภาพลักษณ์ในเวที
(4ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าวเอเอฟพี ระบุทางการกัมพูชาจับกุมนายกอบชัย บุญปลอด หรือ อ้อ กับ น.ส.วริศรียา บุญสม หรือ อ้าย 2 ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกันอยู่ โดยจะมีความชัดเจนในวันพรุ่งนี้
ยันขยับหมุดเขตแดน“ไทย - เขมร”แค่ปรับจุดจีพีเอส
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประเทศกัมพูชาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอ กรณีประสาทเขาพระวิหาร ว่า ต้องเข้าใจว่าเรื่องความพยายามผลักดันประเด็นนี้ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญทางการ เมือง และเป็นประเด็นที่อยู่ในใจประชาชนของเขา ซึ่งประชาชนของเราก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวต่างๆต้องอยู่ในกรอบที่จะไม่นำไปสู่ปัญหาของความรุนแรง และกระทบกระทั่งกัน ซึ่งจะต้องถกเถียงกันหลายเวที รวมทั้งเรื่องมรดกโลก ซึ่งทีมงานของเราได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินทางไปทำความเข้าใจกับยูเนสโกอยู่แล้ว ซึ่ง 1 - 2 วันนี้ มีข่าวว่ากังวลว่าเราจะไปสูญเสียดินแดนหรือเปล่า เรื่องการขยับหมุดขอย้ำว่าเรื่องของเขตแดนเป็นเรื่องที่ต้องผ่านกระบวนการ การตรวจสอบและการตรวจสอบจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการเจารจา โดยการเจรจารัฐบาลจะเอากรอบและผลการประชุมการเจรจาทุกครั้งเข้าสู่การประชุม รัฐสภา ซึ่งปัจจุบันรัฐสภายังไม่ให้ความเห็นชอบบันทึกการเจรจาต่างๆ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นการทำงานภายใน เป็นการไปตรวจสอบจุดจีพีเอส ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรเลยกับเรื่องเขตแดน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตรวจสอบหรือไม่ว่ามีการขยับหมุดจริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการมาทำหมุดในเรื่องจีพีเอส แต่ไม่ใช่แนวเขตแดน แต่ทางพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ แต่หลักที่ตนได้สอบถามสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวเป็นไปอย่างที่กล่าวมา ซึ่งในเรื่องของเขตแดนเป็นเรื่องที่ต้องเจรจาและระหว่างที่เจรจากันแต่ละ ฝ่ายต้องทำงานหาพิกัดตัวจีพีเอส แต่เขตแดนอยู่ตรงไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นการสะท้อนจีพีเอสตามพิกัดจริง แต่ไม่ได้บอกว่าพิกัดนั้นเป็นอย่างไร ต้องไปดูว่าสิทธิตามสนธิสัญญาหรือเอกสารต่างๆเป็นอย่างไร และการขยับหมุดเพื่อตรวจสอบจุดต่างๆเพื่อให้ในการเตรียมเพื่อใช้ในการเจรจา
เมื่อถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีทหารบางคนไปร่วมมือกับประเทศกัมพูชา จนทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีอะไรผิดปกติก็ต้องมีการตรวจสอบ และทำไม่ได้เพราะรัฐบาลไม่ยอมที่อยู่ดีๆ จะไปยกแผ่นดินให้กับคนอื่น เป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่า ไม่มีเหตุผลที่จะไปขยับหมุดเดิม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องดูว่าจุดที่เป็นข้ออ้างในข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนอยู่ตรง ไหนอย่างไร ไม่ได้แปลว่าตรงนั้นเป็นตำแหน่งเขตแดนที่เราจะต้องยอมรับ
ข่าวลือหึ่ง"ผบ.ทบ."ดอดพบ"นายกฯที่ทำเนียบฯ
มีรายงานข่าวจากตำรวจสันติบาล ทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า เมื่อเวลา10.00น.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เข้าพบนายอภิสิทธิ์ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเอกอนุพงษ์ใช้เวลาเข้าพบนายกฯ 30 นาที และเดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่จากการสอบถามนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่างปฏิเสธว่าผบ.ทบ.ไม่ได้มาพบนายอภิสิทธิ์แต่อย่างใด
เขมรเตรียมส่งตัวตามสินธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน5ก.ค.
ทั้งนี้เมื่อเช้าวันนี้ (4ก.ค.) ที่หน้าด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ยังคงประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว,พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก,พ.ต.ต.ธัชชัย ทิพเนตร สว.ตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว และ นายพงษ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นอาวุธสงครามและการลักลอบเดินทางออกนอกประเทศของ แกนนำ นปช.ที่หลบหนีหมายจับ อย่างเข้มงวด
ต่อมา ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพาพร้อม จนท.ชุดตรวจค้นฯได้รับแจ้งจากพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรที่เข้ามาทำการค้าในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทย ว่าในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา มีข่าวลือว่า ตร.กัมพูชา ได้จับกุม นางอ้อ และ นายอ้าย ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับ คดีจ้างวานวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย แล้วเดินทางหลบหนีออกไปฝั่งกัมพูชาเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้ถูก ตร.กัมพูชา จับตัวได้แล้วที่ จ.เสียมราฐ ดินแดน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
หลังรับทราบ ร.อ.ชาญ จึงได้ ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ด่าน ตม.สระแก้ว และ จนท.สน.ปทก.(สำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา) ของไทยประจำอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้รับการยืนยันจาก จนท.กงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่า ตร.กัมพูชา ได้จับกุมตัวนางวริศรียา บุญสม หรืออ้อ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ซอยโชคชัย 4 ซ. 55 ถนนโชคชัย 4 เขตและแขวงลาดพร้าว กทม.และ นายกอบชัย บุญปลอด หรืออ้าย อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/292 ซ.ลาดปลาเค้า 78 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ได้ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ก.ค. 53
นายฮวย กวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แถลงข่าวเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วานนี้ (3ก.ค.) โดยจะนำตัวคนไทยทั้ง 2 คน ส่งให้สถานทูตไทย ในกรุงพนมเปญ เวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 5 ก.ค. 53 โดยแหล่งข่าวกัมพูชาใน จ.เสียมราฐ อ้างว่า ทั้ง 2 คน หลังจากหลบหนีเข้ากัมพูชาแล้วได้หลบไปกลบดานอยู่ใน จ.เสียมราฐ ของกัมพูชา ซึ่งเป็นดินแดน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือนครวัด-นครทม
ด้านนักพนันชาวไทย ที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เข้าไปเสี่ยงโชคในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ต่างวิจารณ์ว่า การที่กัมพูชา ให้ความร่วมมือในการจับกุมนางอ้อ และนายอ้าย ผู้ต้องหาจ้างวานวางระเบิดในประเทศไทย และหลบหนีเข้าไปในกัมพูชา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ กัมพูชาได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ ไม่ได้หลบหนีเข้าไปในกัมพูชา นั้นแต่ถูกทางการไทยยืนยันการเดินทางผ่านด่านพรมนแดนบ้านคลองลึก ออกไปกัมพูชา ทำให้มีหลักฐานชัดเจนทำให้กัมพูชาหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงต้องจับตัวส่งไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลกัมพูชา ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆที่ไม่มีหลักฐาน กัมพูชายังคงปฏิเสธการให้ที่พักพิง
"นายกฯ"เป็นปลื้มสหรัฐฯหนุนแผนปรองดอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึงภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของประเทศ ภายหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ว่า หลังจากเหตุการณ์ความวุ่ยวายที่เกิดขึ้นในประเทศที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีการชี้แจงอธิบายชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยืนยันได้ว่าต่างประเทศมีความเข้าใจประเทศเป็นอย่างดี โดยเฉพาะล่าสุดรัฐสภาประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการลงมติสนับสนุนแผนนโยบายสร้างความปรองดองของรัฐบาล และพร้อมที่จะให้สนับสนุนรัฐบาลไทยอย่างเต็มที่ เพื่อต้องการให้ประเทศเราเดินไปข้างหน้า และมีความสงบสุข
อีกทั้งที่ผ่านมาตนได้พยายามชี้แจงโดยการให้สมัภาาณ์กับสื่อมวลชนจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายภายในประเทศไทยที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีการดำเนินการของบางฝ่ายที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไปสู่ต่างประเทศนั้น เรื่องนี้ของให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเอาความจริงข้อเท็จจริง รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ดี เพื่อให้มิตรของประเทศไทยให้ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยของเดินหน้าต่อไป



