ข่าว

"อินทรีเหล็ก"ถล่มฟ้าขาว4-0เข้า4ทีม

"อินทรีเหล็ก"ถล่มฟ้าขาว4-0เข้า4ทีม

03 ก.ค. 2553

"อินทรีเหล็ก"เยอรมนี สอนเชิง"ฟ้าขาว"อาร์เจนตินา 4-0 เข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 โดย มิโรสลาฟ โคลเซ ยิง 2 ประตู ทว่า โธมัส มุลเลอร์ ผู้ยิงประตูแรก เสียใบเหลือง ส่งผลให้รอบตัดเชือกโดนพักแข้ง หมดสิทธิ์ลงสนาม

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา"อินทรีเหล็ก"เยอรมนี อดีตแชมป์ 3 สมัย พบ"ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แชมป์ 2 สมัย ที่สนามกรีนพอยน์ สเตเดี้ยม เกมนี้ โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เยอรมนี ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม โดยที่ เมซุท โอซิล และ ลูคัส โพโดลสกี้ ผ่านความฟิตลงเล่นได้ ส่วน มิโรสลาฟ โคเซ กองหน้าลงรับใช้ชาติเป็นนัดที่ 100 ขณะที่ อาร์เจนตินา ของ ดิเอโก มาราโดนา ก็ไม่ปรับทีมเช่นกัน มีทั้ง ลิโอเนล เมสซี เป็นจอมทัพ ส่วนคู่หน้าเป็น คาร์ลอส เตเบซ กับ กอนซาโล อิกัวอิน

 เริ่มเกม เยอรมนี มีโอกาสยิงครั้งแรกก็เป็นประตูทันที เมื่อ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ โยนฟรีคิกจากฝั่งซ้ายมาให้ โธมัส มุลเลอร์ หัวหอก "อินทรีเหล็ก" วิ่งหนีการประกบของ นิโคลาส โอตาเมนดี แบ็กขวา ขึ้นไปโขกให้ เยอรมนี นำ 1-0 นาที 3 ซึ่งเป็นการยิงประตูที่เร็วที่สุดในทัวร์นาเมนท์ นอกจากนั้นยังเป็นการโดนยิงนำหนแรกของ "ฟ้าขาว" ในฟุตบอลโลก หนนี้

 หลังจากนั้นอาร์เจนไตน์ เปิดเกมบุกเข้าแลก และเกือบได้ประตูจากการหลุดเดี่ยวของ คาร์ลอส เตเบซ แต่ มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูเยอรมนี ออกมาตัดบอลได้ก่อน ขณะที่ "อินทรีเหล็ก" ก็เกือบบวกสกอร์ได้จากจังหวะโต้กลับเร็ว ทว่า โคลเซ ยิงเหินคาน

 ต่อมา มุลเลอร์ ผู้ทำประตูขึ้นนำต้องโชคร้าย โดน ราฟชาน อิร์มาตอฟ ผู้ตัดสินชาวอุซเบกิสถาน จับแฮนด์บอลพร้อมโดนใบเหลือง ส่งผลให้หาก "อินทรีเหล็ก" เป็นฝ่ายเข้ารอบต่อไป ดาวยิงวัย 21 ปีผู้นี้ จะไม่ได้ลงเล่นเพราะติดโทษพักแข้ง หลังจากนั้นทั้งคู่มักทำบอลเสียบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ เกมจึงตรึงสกอร์ไว้ที่ เยอรมนี นำ 1-0 จนจบครึ่งแรก

 เริ่มครึ่งหลัง อาร์เจนตินา โหมบุกหนักและเกือบได้ประตูตีเสมอทันทีจากจังหวะสับไกยิงบริเวณจุดโทษของ เตเบซ ทว่า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ โดดเข้าขวาง บอลจึงอัดหน้าเซนเตอร์แบ็กเยอรมนีเต็มๆ

 แต่แล้วเกมโต้กลับเร็วของ"อินทรีเหล็ก"ก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง เมื่อ มุลเลอร์ ผู้ยิงประตูแรก แม้จะเสียหลักแต่ก็ล้มตัวกวาดบอลส่งไปให้ โพโดลสกี หลุดกับดักล้ำหน้า แล้วดึงจังหวะบอลรอให้ เซอร์จิโอ โรเมโร นายทวาร "ฟ้าขาว" พุ่งตัวออกมา จึงจิ้มบอลส่งต่อไปให้ โคลเซ จับบอลแล้วแปเข้าไปอย่างง่ายๆ ในระยะ 6 หลาหน้าประตู เยอรมนี นำห่าง 2-0 นาที 67

 จากนั้น มาราโดนา ตัดสินใจเปลี่ยนตัว โอตาเมนดี ออกทันที เพราะหลุดตำแหน่งทั้ง 2 ประตูที่เสียไป โดยส่ง ฮาเบียร์ ปาสโตเน ลงเล่นแทนนาที 69 แต่ดูเหมือน "ฟ้าขาว" จะใจเสียไปแล้ว จึงเล่นพลาดกันหลายจังหวะก่อนที่ ชไวน์สไตเกอร์ จะลากหลบ 3 ผู้เล่นอาร์เจนไตน์ จากฝั่งซ้ายแล้วตบบอลเข้ากลางให้ อาร์เน ฟรีดิช เซนเตอร์แบ็ก ที่เติมเกมขึ้นมาเข้าชาร์จง่ายๆ เยอรมนี บวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 นาที 74

 ทว่า เยอรมนี ยังไม่พอ มาปิดท้ายเกมได้อีกหนึ่งประตูจากฝีเท้าของ โคลเซ นาที 89 ทำให้จบเกม เยอรมนี ชนะ อาร์เจนตินา 4-0

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 เยอรมนี - มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, อาร์เน ฟรีดิช, เฌอโรม บังเต็ง (มาร์เซลล์ แยนเซน น.71), ซามี เคดิรา (โทนี ครูส น.77), บาสเตียน สไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์ (ปีเตอร์ โทรซอฟสกี น.82), เมซุต โอซิล, ลูคัส โพโดลสกี้, มิโรสลาฟ โคลเซ

 อาร์เจนตินา - เซอร์จิโอ โรเมโร, มาร์ติน เดมิเชลิส, นิโกลาส บูร์ดิสโซ, กาเบรียล ไฮน์เซ, นิโคลาส โอตาเมนดี (ฮาเบียร์ ปาสโตเร น.69), มักซี โรดริเกวซ, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, อังเคล ดิ มาเรีย (เซอร์จิโอ อเกโร น.75), กอนซาโล อิกัวอิน, ลิโอเนล เมสซี, คาร์ลอส เตเบซ