
มติพรรคหนุนสมศักดิ์นั่งหน.การเมืองใหม่
มติกมม. สมศักดิ์ นั่งหัวหน้าพรรคด้วยคะแนน 929 โวจะเอาปตท.กลับคืนลั่นยอมไม่ได้ต้องเร่งแก้ไขการทุจริตคอรัปชั่น และแก้ปัญหาความเหลี่อมล้ำทางสังคม
(3ก.ค.) พรรคการเมืองใหม่(กมม.)จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ ณ อาคารนิมิตบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ โดยมีสมาชิกพรรคการเมืองใหม่จากทั่วประเทศ กว่า 1,000 คน เดินทางมาลงทะเบียนเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จากนั้น นายสมศักดิ์ โกศัยสุข รักษาการหัวหน้าพรรค และนายสุริยะใส กตะศิลา รักษาการเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ เป็นประธานดำเนินการประชุม โดยวาระแรกเป็นเรื่องแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคของนายสนธิ ลิ้มทองกุล รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 ครั้งที่ 1 จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการเลือกหัวหน้าพรรค
ทั้งนี้สมาชิกพรรคเสนอรายชื่อผู้จะเป็นหัวหน้าพรรค 6 คนประกอบด้วย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายสุริยะใส กตะศิลา , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก , พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ , นายประพันธ์ คูณมี , และ พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ โดย นายสุริยะใส นางสาวอัญชลี พล.อ.กิตติศักดิ์ นายประพันธ์ และพล.ร.ท.ประทีป ได้ประกาศถอนตัว ทำให้คงเหลือนายสมศักดิ์ เพียงคนเดียว อย่างไรก็ตาม แม้จะเหลือนายสมศักดิ์ เพียงคนเดียว แต่ยังต้องเปิดให้มีการลงคะแนนลับด้วยวิธีการเข้าคูหา ตามข้อบังคับพรรคและพ.ร.ป.พรรคการเมือง ก่อนส่งให้กกต.ประกาศรับรอง
จากนั้นปิดหีบลงคะแนนเวลา 11.00 น.ปรากฏว่ามีสมาชิกพรรคลงคะแนนทั้งหมด 1044 คน เห็นด้วย 929 คะแนน งดออกเสียง 71 คะแนน ในจำนวนนี้ มีบัตรเสีย 44 คะแนน ดังนั้น นายสมศักดิ์เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่
นายสมศักดิ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ กล่าวภายหลังได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ว่า ขอบคุณที่ไว้วางใจตน ทั้งนี้ พรรคการเมืองใหม่ตั้งมาครบหนึ่งปี ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ทำให้พรรคเราต้องปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพราะหากเราไม่สามารถจัดระบบพรรคของเราให้สมบูรณ์ เราไม่สามารถออกไปสู้ศึกภายนอกที่มีวิกฤตรอบด้านได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสิ่งที่พรรคการเมืองไม่เคยทำคือ ไม่เคยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนจริงๆ ดังนั้น เราจะต้องลงไปเคียงบ่าเคียงไหล่กับประชาชนจริงๆ และเราจะพยายามทำงาน เพื่อให้มีการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นสู่ความสมานฉันท์แบบใหม่ โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ทางพรรคจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การรวยกระจุกจนกระจาย ทางพรรคการเมืองใหม่ต้องทำให้ช่องว่างแคบลงโดยใช้สหกรณ์เป็นตัวเชื่อม เพราะระบบสหกรณ์เป็นระบบที่ทำให้เศรษฐ์กระจายไปได้ เช่นเศรษฐกิจพอเพียง
“ภารกิจของเราที่ต้องทำมีหลายอย่าง สิ่งแรกคือจะไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจเด็ดขาดต้องเอา ปตท. กลับคืนมาโดยเร็ว เพื่อลดราคาน้ำมันให้ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด ที่สำคัญศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็พิพากษาว่าสิ่งไหนทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ก็ให้ยึดคืนมาทันที ส่วนการปฏิรูปการศึกษาต้องสอดคล้ององกับอาชีพ ขณะเดียวกัน เมื่อตำรวจมีความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องปลด เอาคนดีๆ ขึ้นมา ไม่ใช่ปล่อยให้มีตำรวจมะเขือเทศ มะเขือเผาเต็มไปหมด เรื่องแบบนี้สามารถทำได้ทันที ส่วนเรื่องการทุจริต คอรัปชั่นยอมไม่ได้ ตายเป็นตาย เพราะพรรคเรามีหน้าที่สรรหาคนดีๆ มาจัดการบริหารบ้านเมือง ตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสนับสนุนคนดีมาบริหารบ้านเมือง เพราะถ้าคนชั่วยังก่อความวุ่นวายได้ก็ถือว่ายังดีไม่พอ นี่คือภารกิจ เรายอมเป็นหินก้อนแรกๆ ที่เผชิญกับความเจ็บปวด ทุกคนมีสิทธิที่มาขับเคลื่อนพรรคการเมืองใหม่ต่อไป อย่าให้คนไทยผิดหวังกับการเมืองใหม่เด็ดขาด ยืนยันว่าเราฟังเสียงของประชาชนเราจะไม่มีคำว่าท้อถอยอย่างเด็ดขาด” นายสมศักดิ์ กล่าว
จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้คัดเลือกกรรมการบริหารพรรคจำนนวน 12 คน คือนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ รองหัวหน้าพรรค นายสำราญ รอดเพชร รองหัวหน้าพรรค และรักษาการโฆษกพรรค นางภินันทน์ โชติรสเศรณี เป็นรองหัวหน้าพรรค นายเทิดภูมิ ใจดี รองหัวหน้าพรรค นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรค นายนรัญยู วงศ์กระจ่าง รองเลขาธิการพรรค น.ส.เสน่ห์ หงษ์ทอง นายทะเบียนสมาชิกพรรค น.ส.สุวันนี ไวศรีแสง เหรัญญิก นางกิมอัง พงษ์นารายณ์ กรรมการ นายบรรจง นะแส กรรมการ นายอัศวัชร์ อภัยวงศ์ กรรมการ นายสมบัติ เบญจศิริมงคล กรรมการ ส่วนรายชื่ออีก 12 คน สมาชิกพรรคจะเป็นผู้เสนอและลงคะแนนเลือกเข้ามา



