
วิปรัฐบาลอัด"ทักษิณ"หมดราคาส.สงปลอดแอกทาสในเรือนเบี้ย
วิปรัฐบาล ปัด จ่าย 2 แสน แลกคะแนนโหวตให้รัฐบาล อัด ทักษิณ หมดราคา กระแสความนิยมเสื่อม ส.ส.ไม่ตกเป็นทาสในเรือนเบี้ยอีกต่อไป ด้าน เพื่อแผ่นดิน กลุ่ม ประชา พรหมนอก เตรียมซบรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมระบุว่ามีการจ่ายเงินให้ส.ส.หัวละ 2 แสนบาทในการยกมือโหวดไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะอยู่ห่างใกล้ข้อมูล และเกิดความเข้าใจผิดเพราะ ส.ส.ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือ เป็นทาสในเรือนเบี้ยเหมือนในอดีต ประธานวิปรัฐบาล ยืนยันอีกว่า รัฐบาลไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อจ่ายเงินให้เพื่อนสมาชิกโหวดไว้วางใจแต่อย่างใด เพราะไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมตรี ซึ่งคะแนนไม่ไว้วางใจจะต้องได้เกินครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการหาเสียงสนับสนุนไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล
“จะเห็นได้ว่ากระแสความนิยมพ.ต.ท.ทักษิณ ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 26 % อยู่ในระดับเกรด ดี ( D ) ดังนั้นจึงอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทบทวนบทบาทของตัวเองใหม่ ว่ามีความชอบธรรมหรือไม่ที่จะเคลื่อนไหว โดยไมเกิดผลประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ” นายชินวรณ์ กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรครวมถึงสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านบางส่วนที่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะเห็นได้ว่าฐานคะแนนเสียงของพรรคร่วมหักจำนวนกรับมนตรีแล้วจะอยู่ ที่ 234 เสียง แต่ปรากฏว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 4 คน ยกเว้นนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศได้คะแนนเกินขึ้นมาจำนวน 12 เสียง และในจำนวนเสียงของนายกษิต ยังได้เกินฐานคะแนนเสียงของรัฐบาลถึง 3 เสียง โดยสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเกิดจาการชี้แจงและตอบข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านได้ตรง และเคลียร์ทุกประเด็น
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณี นายเกียรติกร พรากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ งดออกเสียงในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้มีการพิจารณาในเรื่องอย่างกว้างขวางเนื่องจากนายเกียรติกร เป็นกรรมการวิปรัฐบาลด้วยแต่หลายครั้งที่ผ่านมาได้มีการแสดงความคิดเห็นสวนทางกับมติของวิปรัฐบาล ทั้งๆ ที่วิปรัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันด้วยจิตอาสา ดังนั้นเมื่อนายเกียรติกรไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางของวิปได้ จึงได้ลาออกจากการเป็นกรรมการวิปรัฐบาล ซึ่งวิปก็ไม่ขัดข้องและไม่ติดใจกับการตัดสินใจของนายเกียรติกร วิปรัฐบาลจึงขอขอบคุณนายเกียรติกร ที่ได้แสดงสปิริตด้วยการลาออกเพื่อทำให้การทำงานของวิปเดินหน้า
นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางในครั้งนี้ได้เกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสมของสมาชิก ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของส.ส.โดยเฉพาะการแสดงออกได้ด้าน อวัจนะ ภาษาที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อไป วิปรัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาควรจะได้ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป เพื่อให้ส.ส.ได้ปฏิบัติหน้าที่ในสภาอย่างสมเกียรติ นอกจากนี้วิปรัฐบาลยังพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมของส.ส. โดยเฉพาะกรณีของนาย วิชัย สามิตร ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ที่ได้ลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ส่วนรัฐมนตรีทีเหลือปรากฏกว่าไม่มีการลงคะแนน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายวิชัย ไม่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งน่าจะมีการกดบัตรแทนกัน จึงว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบหรืออาจขัดต่อกฎหมายในกรณีกดบัตรแทนกันกัน ดังนั้นจึงวิปรัฐบาลจึงอยากให้คณะกรรมการกิจการสภาได้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้
ด้านนพ.อลงกต มณีกาศ รองประธานวิปรัฐบาลจากพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้พรรคเพื่อแผ่นดินได้ลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีความแตกแยกภายในพรรคแต่อย่างใด ดังนั้นถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีภายในพรรค ที่กลุ่มส.ส.ของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคจะได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมงานทางการเมืองกับรัฐบาล เพื่อแก้ไขวิกฤติปัญหาของประเทศ
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการเทียบเชิญพรรคเพื่อแผ่นดินในกลุ่มของ พล.ต.อ.ประชา อย่างเป็นทางการหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อแผ่นดินในการตัดสินใจ แต่จาการลงคะแนนไว้วางใจที่ผ่านมาก็ถือว่าสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้ ซึ่งรัฐบาลก็ยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับ พล.ตอ.ประชา



