ข่าว

ประติมากรรมสึนามิหายโผล่งานสันติภาพ

ประติมากรรมสึนามิหายโผล่งานสันติภาพ

04 ก.ค. 2553

ประติมากรรมสึนามิฝีมือ "หลุยส์ บูร์ชัวส์" หาดนพรัตน์หาย แต่กลับโผล่แสดงในงานสันติภาพ หอศิลป์ กรุงเทพฯ แทน วธ.แจงต้องการเยียวยาสังคม หลังความขัดแย้ง ประจวบเหมาะกับประติมากรรมสึนามิถูกนำมาซ่อมแซม เลยนำมาจัดแสดงด้วย ยันเสร็จงานจะส่งกลับที่เดิม

 หลังเหตุการณ์วิปโยค...สึนามิ! วิญญาณนับพันนับหมื่นดวงเคว้งคว้างไร้จุดหมายไร้ทิศทาง หลายชีวิตจากไปอย่างกะทันหัน มิได้ร่ำลา ผู้คนมากมายต่างแสดงออกถึงความสลดหดหู่สะเทือนใจด้วยหลากหลายวิธี

 ภาพสะเทือนใจคนทั้งโลกเมื่อเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ทำให้วงการศิลปะตื่นตัว ในฐานะที่ศิลปินก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมเช่นกัน โครงการประติมากรรมสึนามิจึงเกิดขึ้นบนหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ ชายทะเลเขาหลัก จ.พังงา และหาดกมลา จ.ภูเก็ต ทั้ง 3 แห่งถูกเลือกให้เป็นสถานที่ตั้งงานประติมากรรมจากศิลปินระดับโลก และศิลปินชาวไทยที่ผลงานผ่านการคัดเลือก

 หนึ่งในนั้นเป็นงานประติมากรรมของ “หลุยส์ บูร์ชัวส์” (Louise Bourgeois) ปฏิมากรหญิงชื่อก้องโลกเชื้อสายฝรั่งเศสขณะนั้นอยู่ในวัย 92 ปี ได้มอบงานประติมากรรมของเธอให้แก่ประเทศไทย 2 ชิ้น ชื่อ กอดฉันให้แน่น หรือ Hold me close งานประติมากรรมชิ้นนี้มีคุณค่าทางศิลปะจนไม่สามารถประเมินค่าได้ เพราะผลงานของเธอก่อนหน้านี้ถูกขายออกไปในราคาหลายร้อยล้านบาท ครั้งนี้เธอตั้งใจส่งงานประติมากรรมมาให้พวกเขา ผู้ที่จากโลกใบนี้ไป ณ ที่แห่งนี้!

 อย่างไรก็ตามเกิดความฉงนฉงายขึ้นในกลุ่มผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วิปโยคครั้งนั้น เมื่อจู่ๆ งานศิลปะชิ้นนี้ก็อันตรธานไปจากที่ที่ควรอยู่ ฐานยึดชิ้นงานถูกทุบแตก ไม่มีชิ้นงาน มีป้ายติดไว้ว่านำไปซ่อมแซมเพียงเท่านั้น ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง เมื่อมีผู้ไปพบงานศิลปะชิ้นนี้ตั้งแสดงอยู่ที่ชั้น 9 หอศิลป์ กรุงเทพฯ ในนิทรรศการสันติภาพ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน-22 สิงหาคม 2553

 JOEYMAN บล็อกเกอร์เว็บไซต์ข่าวโอเคเนชั่น ที่เขียนเรื่องดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจไว้ที่ <http://www.oknation.net/blog/inmind/2010/07/01/eAntry-1> ว่าจากการตรวจสอบกับศิลปินไทยรายหนึ่งที่มีส่วนร่วมกับประติมากรรมครั้งนี้ ต่างพากันรู้สึกงุนงงว่างานชิ้นนี้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรกับงานสันติภาพ เพราะในมุมมองของศิลปินแล้วผลงานชิ้นนี้ไม่สามารถตั้งแสดงชิ้นงานแบบเดี่ยวได้ เพราะ “หลุยส์ บูร์ชัวส์” ไม่ได้ออกแบบเพียงชิ้นงานอย่างเดียว แต่ออกแบบครอบคลุมถึงอาณาบริเวณรายล้อม องค์ประกอบต่างๆ ด้วย

 "เขาออกแบบให้ประติมากรรมครั้งนี้สื่อถึงการช่วยเหลือกันในยามคับขัน มีรูปมือชูขึ้นมาจากน้ำ มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ รับรองได้ว่าใครที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อเห็นงานชุดนี้แล้วจะรู้สึกเศร้าสลดใจ หรือหลายๆ ครั้งที่ชาวต่างชาติที่มีญาติเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้มาดูก็จะน้ำตาไหลออกมา งานชิ้นนี้สื่อให้เห็นความรู้สึกจริงๆ และมันควรจะอยู่ที่ของมัน”

 ศิลปินรายเดิมบอกด้วยว่า งานชิ้นนี้มีคุณค่ามาก ครั้งที่นำมาจากนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องประกันความเสียหายของผลงานกว่า 1 ล้านบาท พอนำมาติดตั้งก็ต้องทำให้มั่นคงแข็งแรง เท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีการนำงานชุดนี้ไปประมาณวันที่ 18-19 มิถุนายน นี่เอง

 ขณะที่ นายนิตินัย ศรสงคราม อดีตผู้จัดการสุสานสึนามิ บางมะรวน จ.พังงา แสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการทุบและน้ำชิ้นงานประติมากรรมถาวรที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรขึ้นไปโชว์ไว้ในหอศิลป์ ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่ของงานชิ้นนั้น

 “ผมมองว่าคนที่เข้าไปชมนิทรรศการ เขาเห็นชิ้นงานคงไม่เข้าใจว่าตัวศิลปินต้องการสื่อถึงอะไร เพราะเท่าที่ทราบงานชิ้นนี้มีองค์ประกอบอื่นๆ ที่บ่งบอกและเล่าเรื่องราวต่างๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น หากต้องการโชว์ผลงานจริงๆ ผมเห็นว่าควรจะจำลองงานขึ้นมาใหม่ นำเขาไปไว้ที่เดิมจะมีคุณค่ามากกว่า และผมว่าถ้าเจ้าของงานเขาเห็นคงไม่พอใจเท่าไหร่”

 ด้าน ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า งานนิทรรศการสันติภาพถูกจัดขึ้นเพื่อต้องการเยียวยาจิตใจ อีกทั้งกอบกู้ความบอบช้ำจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา โดยเปิดพื้นที่ให้ศิลปินแสดงออกถึงสันติภาพในมุมของเขา ซึ่งได้รับการตอบรับจำนวนมาก อย่างไรก็ดีในงานดังกล่าวมีงานประติมากรรม 1 ชุด 2 ชิ้น ที่ถูกนำมาแสดงคืองานประติมากรรมของ “หลุยส์ บูร์ชัวส์” ซึ่งเป็นงานศิลป์ที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิรวมอยู่ด้วย

 “จริงๆ แล้วผมพยายามติดต่อ หลุยส์ บูร์ชัวส์ เพื่อให้เขาสร้างสรรค์ผลงานมาแสดงในงานนี้ด้วย แต่พอติดต่อไปทราบว่าเขาเสียชีวิตแล้วจึงไม่ได้เห็นผลงานฝีมือเขา แต่ก็เป็นช่วงจังหวะพอดีกันที่เราจะต้องซ่อมแซมงานของเขาที่โชว์อยู่ที่หาดนพรัตน์ธารา จึงถือโอกาสนี้นำมาโชว์ด้วยเลย แล้วหลังจากนี้เราก็จะนำไปติดตั้งไว้ที่เดิม”

 ทั้งนี้ “หลุยส์ บูรชัวส์" เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ด้วยวัย 98 ปี และผลงานเขาหลังจากนี้คงจะเป็นศิลปะที่มีคุณค่า หายาก และมีความต้องการของนักสะสมทั่วโลก