
ล้วงตับสุดสัปดาห์-ใบสั่งข้ามพรรค
เบื้องลึกเบื้องหลังคำสั่งเด้งฟ้าผ่า ปลัด กทม. "พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์" เข้าไปนั่งในตำแหน่งที่ ปรึกษานายกรัฐมนตรี สบ10
ดูเผินๆ อาจจะมองเป็นเพราะปัญหาความขัดแย้งทางด้านการบริหารงาน ที่ฝ่ายข้าราชการไม่ตอบสนองนโยบายของฝ่ายบริหาร
แต่เมื่อสอบทานในเชิงลึกแล้ว ว่ากันว่าเป็นใบสั่งทางการเมืองจาก "บิ๊กภูมิใจไทย" ที่กดดันผ่านมายัง สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล
เรียกว่านอกจากอำนาจต่อรองของ "บิ๊กภูมิใจไทย" จะมีมากในสนามการเมืองใหญ่แล้ว ยังแผ่อำนาจบารมีมาถึง "เสาชิงช้า" ด้วย
งานนี้เพื่อให้จบปัญหา "ปลัดพงศ์ศักติฐ์" จึงจำต้องเลือกที่จะยื่นใบลาออกเอง เพื่อหาทางออกให้ "เทพเทือก" ที่ตัวเองให้ความเคารพนับถืออยู่แล้ว อีกทั้งเพื่อไปรักษาปัญหาสุขภาพที่รุมเร้าในขณะนี้
ขณะที่ "คุณชายผู้ว่าฯ" พยายามยับยั้งและให้ลาพักรักษาตัว 1 เดือน และให้ทบทวนเรื่องอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็มีการประสานจากรัฐบาลในการขอ "ปลัดพงศ์ศักติฐ์" ไปช่วยงานทำเนียบ
สุดท้ายแล้วก็เป็นสัจธรรมที่ว่า ที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นมักจะมีนักแสวงหาผลประโยชน์อยู่เป็นของคู่กันเสมอ
ที่อึดอัดที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น "คุณชายผู้ว่าฯ" ที่แม้จะทำตัวเป็นเอกเทศ พยายามไม่อยู่ใต้อาณัติพรรคต้นสังกัดอย่าง ประชาธิปัตย์ แต่ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แถมยังถูกตั้งแง่จากบรรดาข้าราชการในหน่วยงานที่มองว่าฝ่ายการเมืองเข้ามาล้วงลูกงานประจำเกินไป
ที่สำคัญ ระยะหลังมีเสียงนินทามาว่า "คุณชายผู้ว่าฯ" กำลังเคลิ้มกับมนต์ดำของ "บิ๊กภูมิใจไทย" ที่สนิทแนบกับผู้ใหญ่ของพรรค ถึงขนาดว่าอาจผลักดันให้ขึ้นสู่ยอดเสาตึกไทยคู่ฟ้า ในวาระต่อจาก "เสี่ยมาร์ค"
ฉะนั้นแล้วงานนี้คงต้องจับตาการแต่งตั้ง ปลัด กทม.คนใหม่ ว่า "คุณชายผู้ว่าฯ" จะแต่งตั้งใครขึ้นมา
หรือท้ายที่สุดแล้วจะต้องทำตาม "ใบสั่งข้ามพรรค" อีกแล้วครับท่าน !!!
"กลัวไม้เรียวครูใหญ่"
เห็นการแถลงข่าวของ "เด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาพูดถึงชื่ออักษรย่อเป็นรายวันแล้วก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ
นี่กระมังที่ทำให้การแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยช่างแตกต่างจากการแถลงข่าวของพรรคประชาธิปัตย์โดยสิ้นเชิงในสายตาสื่อมวลชน
ก็จะไม่ให้การแถลงข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ดูเข้มข้น ตรงประเด็น เก็บทุกรายละเอียดได้อย่างไร ในเมื่อมี "ครูใหญ่" คอยตรวจการบ้านให้อยู่ทุกวัน วันก่อนเห็น "เทพไท เสนพงศ์" โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นนานสองนานกับข่าวที่ตัวเองเพิ่งจะแถลงไป
เมื่อถามว่า "ทีมโฆษกพรรค" พิมพ์ข่าวแถลงของตัวเองได้ไม่ถูกใจหรืออย่างไร ถึงต้องมานั่งอ่านทวนและแก้ไขใหม่ด้วยตัวเอง
ซักไซ้ไล่เลียงอยู่นานจนได้ความว่า ที่ต้องนั่งแก้ไขและทวนคำผิดนั้น เพราะกลัว "ครูใหญ่" จะว่าเอา สร้างความฉงนให้กระจอกข่าวอย่างยิ่งว่าครูใหญ่ที่หมายถึงนั้นคือใคร
“เสี่ยคึก” เลยเฉลยให้ฟังว่า ครูใหญ่ที่เอ่ยถึงไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง
เพราะทุกข่าวของพรรค ไม่ว่าจะบนเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์หรือในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่มีข่าวไหนที่หลุดพ้นสายตาครูใหญ่ “นายหัวชวน” ไปได้
อ่านกันชนิดละเอียดยิบทุกตารางนิ้วกันเลยทีเดียว แต่สำคัญที่สุดตรงที่ "ครูใหญ่" จะมีจดหมายน้อยส่งมาให้ "ทีมโฆษกพรรค" ด้วยนี่สิ
กำชับชัดเจนว่าให้ส่งต่อถึง ส.ส.คนไหน ขีดเส้นใต้ประเด็นที่โฆษกพรรคแถลงอ่อนไป หรือยังต้องไปทำการบ้านก่อนแถลงข่าวตรงจุดไหนเพิ่มเติมอีก
ถึงว่าสิ คนอย่าง “เสี่ยคึก” เคยกลัวใครที่ไหน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกลัวไม้เรียวครูใหญ่ "นายหัวชวน" นี่เอง



