ข่าว

"เสธ.ไก่อู"รับสาย'6วัน63ล้านความคิด'ถูกด่ายับ

"เสธ.ไก่อู"รับสาย'6วัน63ล้านความคิด'ถูกด่ายับ

03 ก.ค. 2553

"เสธ.ไก่อู"รับสาย"6วัน63ล้านความคิด" เผย เจอด่ายับ ลั่นไม่เคยกลัวใคร ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โยนรัฐบาลตัดสิน อ้างศอฉ.มีหน้าที่แค่ผู้นำข้อมูลจันทร์นี้ ปัดศอฉ.เหวี่ยงแหติดหมายเรียกไม่เลือก หลังจนท.กู้ภัยโวยโดนหมายเรียกติดทั้งที่ไม่เกี่ยวนปช. ชี้ถ้าบริสุทธิ์ใจก

(3ก.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ศอฉ. กล่าวภายหลังการร่วมรับโทรศัพท์ในโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศว่า โทรศัพท์ที่รับค่อนข้างมีความหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรู้สึก ความคิดเห็นทางการเมือง ส่วนใหญ่อยากจะให้เกิดความปรองดอง โดยยอมรับได้ว่า เรื่องของผู้ที่มาชุมนุมที่มีความทุกข์การครองชีพ คุณภาพชีวิต หรือแม้แต่ที่เขามีความศรัทธาในตัวบุคคล เสียงส่วนใหญ่ที่เข้ามาบอกว่ายอมรับได้ แต่พวกที่ฉกฉวยเอาความตั้งจริงของประชาชนเหล่านี้มาแสวงหาผลประโยชน์ในเรื่องความรุนแรง ในเรื่องของการใช้อาวุธสงครามโทรเข้ามาส่วนใหญ่บอกว่า อยากให้ดำเนินการ แยกแยะคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน

 ประเด็นที่ 2 ในเรื่องการครองชีพที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบ เรื่องของผลิตภัณฑ์ ผลิตผลเกี่ยวกับการเกษตร อยากให้ช่วยดูราคา ให้ควบคุมราคาให้ เรื่องของการแหล่งน้ำในพื้นที่ตามชนบท ซึ่งบางทีอ่างเก็บอ่างในลักษณะของฝายน้ำล้นมันเก็บน้ำได้เยอะ แต่มันมีความตื้นเขินก็อยากให้ช่วยแก้ไขให้สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มปริมาณ

 ส่วนกรณีแนวทางการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯที่ในวันจันทร์นี้ต้องหาข้อสรุปนั้นพันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า เขาจะได้ข้อสรุปในวันจันทร์ที่ 5 ก.ค.ในช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นทางมหาดไทย ทางกองทัพ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหลายได้ส่งความเห็นมาหมดแล้ว แต่เป็นความเห็นในลักษณะร้อยแก้ว ก็คือเจียรนัยบรรยายไปเรื่อย ๆ

 ทั้งนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ.บอกว่า อยากให้ช่วยจัดเป็นลำดับ ๆ เป็นหัวข้อเพื่อกำหนดความสำคัญของแต่ละหัวข้อ และคณะกรรมการ ศอฉ.พิจารณาให้รัดกุมในวันจันทร์นี้ จะได้นำความเห็นเสนอรัฐบาลได้ทันในวันที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 ก.ค.นี้ และจะเป็นความเห็นที่ส่งเข้าไปในลักษณะที่มีความอธิบายที่ชัดเจน เป็นหัวข้อ ๆ ไป ให้น้ำหนักแต่ละเรื่อง ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น ต้องขออนุญาตไม่เรียนในที่นี้ เพราะความจริงเรื่องตกลงใจว่าจะต่อพระราชกำหนดแค่ไหน อย่างไร กี่จังหวัด พื้นที่ไหนบ้างเป็นเรื่องของทางรัฐบาล ทางศอฉ.คงเป็นเพียงผู้นำข้อมูล เพราะถ้าเราเปิดเผยว่า เราคิดเห็นอย่างไรเดี๋ยวจะเป็นการกดดันทางรัฐบาลเปล่า รอฟังรัฐบาลดีกว่า

 สำหรับปัจจัยที่จะนำไปสู่การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า ก็มีหลายประการ ส่วนหนึ่งที่รองนายกฯสุเทพพูดก็คือ ให้ไปดูในแต่ละหน่วยงาน กระบวนการของการทำงาน ยกตัวอย่างเรื่องของคดีความที่แต่ละหน่วยงานทำจะต้องดำเนินการถึงขั้นไหน ถึงจะมีความรู้สึกว่า พระราชกำหนดนี้เพียงพอแล้วต่อการดำเนินการของเขา ไม่ทำให้เกิดข้อติดขัดในการปฏิบัติตามกระบวนการของเรื่องคดีความ ส่วนแผนรองรับกับพื้นที่ที่จะมีการยกเลิกก็ต้องมีการเสนอควบคู่กันไป จะยกเลิกในพื้นที่ไหนก็ต้องตรวจสอบว่า คนที่เสนอเข้ามา หน่วยงานที่เสนอเข้ามา มีแผนงานรองรับในภาพรวมอย่างไร

 เมื่อถามว่า กองทัพได้เฝ้าระวังอะไรหรือไม่หลังจากที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า มี 63 จุดที่เป็นจุดเสี่ยงที่อาจตกเป็นเป้าก่อวินาศกรรม พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้การปฏิบัติเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็มีการจัดสายตรวจ จัดจุดตรวจร่วม โดยเฉพาะ 63 จุดที่ระบุว่าเป็นพื้นที่ที่ล่อแหลม คลังน้ำมัน บริเวณพื้นที่ที่มีพี่น้องประชาชนไปใช้บริการหนาแน่น

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยออกมาร้องว่า ศอฉ.ไปแปะไว้หน้าบ้าน โดยที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับศอฉ.เลย ตรงนี้มีการตรวจสอบข้อมูลหรือไม่ พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า ตนไม่มั่นใจในรายละเอียด ช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันค่อยข้างจะสับสนอยู่พอสมควร มันคงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครถูก ใครผิด อย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าท่านบริสุทธิ์ใจ ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างความรุนแรงก็ไปแสดงตน แล้วไปอธิบายความกันตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนก็ว่าทุกฝ่ายยอมที่จะรับฟังข้อเท็จจริงเหล่านั้นอยู่แล้ว

 ถามว่า มองว่าศอฉ.ดำเนินงานผิดพลาดหรือเปล่า หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นหลายราย โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า จะไปมองอย่างนั้นไม่ได้ อย่างที่เรียนให้ทราบ ทุกฝ่ายก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าเราก็เห็นอยู่แล้ว คนกลุ่มหนึ่งถูกคนอีกกลุ่มหนึ่งแสวงผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นเราไม่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพื่อภาพลักษณ์โดยรวมที่อยากให้บ้านเมืองมันเกิดความรู้สึกปรองดองกัน ก็ต้องทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 ต่อข้อถามว่า จะทำลายความน่าเชื่อถือของศอฉ.หรือไม่ จะกลายเป็นลักษณะของการเหวี่ยงแห พันเอกสรรเสริญ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้เหวี่ยงแหหรอกครับ เพราะถ้าเหวี่ยงแหต้องหมายความว่า ต้องติดเอกสารหน้าบ้านทุกบ้าน เพราะฉะนั้นถ้าเขาเลือกปิดแสดงว่า ต้องมีข้อมูลในขั้นต้น แต่ถ้าท่านไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ก็มาแสดงตน มาชี้แจงข้อเท็จจริงกัน ทุกฝ่ายก็รับทราบ รับฟัง และเรื่องทุกเรื่องก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ศอฉ.กลัวที่สุดคือเรื่องการก่อวินาศกรรมหรือการลอบสังหารบุคคลสำคัญ พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า ตนว่าคงต้องดูในทุกกรณี ต้องมองในภาพรวมของพี่น้องประชาชนก่อนเป็นหลักถึงความปลอดภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนเรื่องของความปลอดภัยบรรดาผู้นำ องค์กรทั้งหลาย เป็นหน้าที่ของหน่วยงานดูแลความปลอดภัยดำเนินการอยู่

 ถามว่า มีข่าวจากหน่วยข่าวว่า การลอบสังหารนายกฯ ถึงขั้นใช้วิธีคาร์บอม์บหรือพลีชีพโฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ที่ประชุม ศอฉ.ไม่ได้มีการะบุรายละเอียดถึงขนาดนั้น ส่วนกรณีที่ศอฉ.ระบุว่ามี 27 บุคคลที่อยู่ในกระบวนการล้มสถาบันนั้น คดีความเรื่องนี้ว่าตามกระบวนการ แต่ไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียดถึงขั้นว่า จะต้องเอา 27บุคคลมาเจรนัยในที่ประชุม

 เมื่อถามว่า จะมีการปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยช่วงเย็นศอฉ.จะมีการติดตามหรือไม่ พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องของการหาเสียงเลือกตั้งจริงๆ เราตอบกกต.ไปแล้ว ทำตอนไหน ทำได้อย่างไร เข้าใจว่าคงไม่ติดขัดกับการที่ท่านไปหาเสียง เพราะโดยปกติแล้วเทียบเคียงกับงานแต่งงานมีคนมารวมกันเยอะ ๆ ก็ยังสามารถทำได้ เรื่องของการหาเสียงก็เช่นเดียวกันเราก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ถ้าจะมาปราศรัยหาเสียง ท่านจะพูดจาปราศรัยหาเสียงอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ก็ขอให้ปราศรัยหาเสียงด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ที่จะไม่มาค้างแรม 6 วัน 7 วัน ก็ผิดลักษณะวิสัย หรือแม้กระทั่งการพูดจาบนเวที ที่เอาข้อความอันเป็นเท็จจริง และยุยงปลุกปั่น อย่างนั้นไม่เหมาะสม แต่เรื่องของการติดตามคงไม่ถึงขนาดนั้น เป็นหน้าที่ของกกต. ต้องดำเนินการในขั้นต้น ถ้ามีอะไรที่ผิดสังเกตคงแจงมาที่ศอฉ. เป็นหน้าที่กกต.ก่อนเพื่อที่จะให้เกิดความสบายใจ เดี๋ยวจะหาว่าเราเข้าไปในรายละเอียดมากเกินไป จะเกิดอาการเกร็งเปล่าๆ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีข่าวว่าอาจถึงขั้นนำเอาคนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือญาติผู้เสียชีวิตขึ้นเวทีจะมีผลหรือไม่ โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ตนว่าเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น วันนี้สังคมเริ่มจะเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้นใครจะนำอะไรมาแสดง ตนคิดว่าคนฟังเข้าใจสถานการณ์พอสมควรอยู่แล้ว ส่วนการปราศรัยจะมีการสร้างสถานการณ์อะไรหรือไม่ ตรงนี้จะมีการเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ เชื่อมั่นว่าในส่วนของพรรคการเมืองที่ลงไปหาเสียงมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของตัวเองในขั้นต้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับการข่มขู่บ้างหรือไม่ พันเอกสรรเสริญ กล่าวว่า มีครับ เช่นด่าที่สุภาพเรียบร้อยสุดก็เช่นบอกว่า “ไอ้สั-ว์”ตนโทร กลับไปบอกว่าท่าน

 “ซึ่งท่านส่งข้อความมาด่าว่า ไอ้สั-ว์ ผมก็โทรไปบอกว่า ขอบพระคุณนะครับที่กรุณาให้ผมสามารถเลือกได้จะเป็นอะไร ถ้าด่า “ไอ้เ-ย” ผมลงลำบาก ส่วนขู่ฆ่าก็มี ไม่เป็นไร ฟังได้ คือพอเยอะๆ ขึ้น งานประจำที่ทำอยู่ก็ติดขัด ถ้าเราไปสนทนานานกับคำขู่ แต่เราก็รับฟัง เพราะถ้าตัดสายก็โทรไม่เลิก สำหรับผมแล้วไม่ได้กลัว ข้าราชการทุกคนเราทำตามหน้าที่ ถ้าวิตกกังวลสิ่งหนึ่ง สิ่งใดที่เราคิดว่า เราทำตามหน้าที่ชาตินี้ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ว่าไม่ได้หมายความไปท้าทายหรือประมาท แต่ไม่เคยกลัวใคร ข้าราชการทุกคนก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน”