
แกนนำปชป.ลุยบึงกุ่มช่วยพนิชหาเสียง
แกนนำปชป.ลุยกทม. ช่วยพนิชหาเสียงบัญญัติ ระบุ ประชาชนให้การตอบรับดี แต่ไม่ประมาท เชื่อโค้งสุดท้ายดุ แต่จะยึดยุทธศาสตร์ เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด
(3ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ที่หมู่บ้านสหกรณ์ เขตบึงกุ่ม แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรม การสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.สัดส่วน นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนางปารณีย์ เงินยวง ภรรยาของนายทิวา เงินยวง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เสียชีวิต ลงพื้นที่ช่วยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 กทม. หมายเลข 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง โดยทั้งคณะขึ้นรถแห่ไปตามถนนของหมู่บ้าน และเดินพบปะกับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัดของหมู่บ้าน ทั้งนี้นายพนิชไม่ได้ร่วมลงพื้นที่นี้ด้วย แต่ได้แยกตัวไปหาเสียงที่เขตหนองจอก
นายบัญญัติ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ประชาชนขานรับพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างดี บางส่วนเป็นผู้สนับสนุนพรรคเดิม บางส่วนเป็นคนใหม่ และได้ให้กำลังใจรัฐบาล พร้อมจะเลือกผู้สมัครของพรรค เพราะเห็นประเทศกำลังวิกฤติ และเข้าใจสถานการณ์ดี จึงเป็นกำลังใจให้พรรคมากขึ้น ขณะที่บางคนสะท้อนปัญหาปากท้อง รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองที่ยังไม่นิ่ง
เมื่อถามถึงคะแนนนิยมที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งพรรคเพื่อไทย นายบัญญัติ กล่าวว่า ในทางการเมือง ประมาทไม่ได้ ยิ่งในพื้นที่เขต 6 เป็นพื้นที่ที่มีการแย่งชิงกันไปมาตลอด แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ประสบความสำเร็จ ผู้สมัครของพรรค 2 คน คือ นายทิวา และนายสมัย เจริญช่าง ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 6 กทม. อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีความกังวลว่าประชาชนจะเบื่อหน่ายการเมือง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ
เมื่อถามถึงการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ นายบัญญัติ กล่าวว่า คงจะดุเดือด พร้อมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และเกรงเกิดเหตุการณ์รุนแรงตามที่หลายฝ่ายได้มีการประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม พรรคจะเน้นยุทธศาสตร์พบประชาชนให้มากที่สุด และให้ความมั่นใจว่านายพนิช เป็นคนที่มีความสามารถ เข้าใจปัญหาของ กทม. และขยัน พร้อมทำความเข้าใจว่าความเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ แต่บทเรียนความรุนแรงที่ผ่านมา ทำให้ประเทศมีปัญหาและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันประชาชนสามารถสะท้อนความเห็นมายังรัฐบาล ผ่านโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ
เมื่อถามถึงการเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นายบัญญัติ กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลลำบากใจ หากพูดถึงภาพรวมประชาธิปไตย แต่หากหันมาดูข้อเท็จจริง หน่วยข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีปัญหาเรื่องภาพเท่านั้น ไม่ได้กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นเพียงอาวุธที่ใช้ได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น จึงเลิกยากและมีความจำเป็นต้องใช้



