
ทวงหนี้ลูกน้องถูกลูกพี่ชักปืนยิงใส่ดับอนาถ
หัวหน้าคนงานตามทวงหนี้สินกับลูกน้อง แต่กลับถูกพูดจาท้าทาย เกิดบันดาลโทสะ ชักอาวุธปืนปากกายิงใส่ดับ อนาถ
(3ก.ค.) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง ผกก.ปป.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.วิจักขณ์ ตารมย์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพิจิตร หาวัน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.7 ต.ยางสักกระโพหลุ่ม อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนปากกาใช้กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เหตุเกิดที่แคมป์คนงานในหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ ถนนพัฒนาท้องถิ่น ม.6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 22.00 น.คืนวันที่ 2 ก.ค.53 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า มีเหตุยิงกันที่ถนนภายในหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ ม. 6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงก็พบแต่กองเลือด จึงได้สอบถามชาวบ้านในที่เกิดเหตุ และทราบว่าผู้บาดเจ็บคือ นายทรงพล ยุระพันธ์ อายุ 30 ปี อาชีพคนงานก่อสร้างภายในโครงการดังกล่าว
ส่วนมือปืนที่ยิงคือ นายพิจิตร หาวัน หัวหน้าคนงานโครงการหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ หลังจากก่อเหตุแล้วได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในแคมป์คนงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปในที่พักของผู้ต้องหาภายในแคมป์คนงาน และควบคุมตัวนายพิจิตร มาสอบสวน ซึ่งนายพิจิตร รับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายทรงพลจริง หลังก่อเหตุแล้วได้นำอาวุธปืนไปทิ้งที่บริเวณริมรั้วในป่าละเมาะของหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปตรวจหาอาวุธปืนของกลางจนพบและยึดเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อดูอาการผู้บาดเจ็บ และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ชันสูตรพลิกศพแล้วพบว่ามีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอกขวาทะลุหลัง
จากการสอบสวนในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เปิดร้านขายของชำอยู่ที่แคมป์คนงานดังกล่าว และผู้ตายได้ซื้อของจากร้านของตน โดยลงบัญชีเซ็นเชื่อเอาไว้ มียอดค้างหนี้ประมาณ 4,000 บาท ตนเองจึงพยายามตามทวงถามผู้ตายหลายครั้งเพื่อให้จ่ายเงินที่ค้างอยู่ แต่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายให้
จนกระทั่งคืนที่ผ่านมา ได้ตามทวงถามอีกครั้ง และครั้งนี้ปรากฎว่า ผู้ตายพูดออกมาว่า “ไม่หนี ไม่มี ไม่จ่าย” ทำให้ตนโกรธและบันดาลโทสะ จึงชักอาวุธปืนปากกาออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อขู่ผู้ตาย แต่ทางผู้ตายไม่รู้สึกกลัว กลับพูดจาท้าทายสวนมาว่า "ถ้าแน่จริง ให้ยิงที่ตัวสิ" ทำให้ตนเองโกรธจัดมาก จึงหยิบเอากระสุนปืนในกระเป๋ามาบรรจุในปืนปากกา และยิงใส่รางนายทรงพล ทันที 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว หลังก่อเหตุแล้วได้เอาปืนไปทิ้งในป่าละเมาะข้างโครงการ แล้วก็กลับมายังที่พัก จนกระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมได้



