ข่าว

สมัชชาปชช.จี้กองทัพทวงคืนเขาพระวิหาร

สมัชชาปชช.จี้กองทัพทวงคืนเขาพระวิหาร

03 ก.ค. 2553

สมัชชาประชาชน จี้กองทัพประกาศกฎอัยการศึก ไม่ต้องรอ รัฐบาลในการทวงแผ่นดินบริเวณเขาพระวิหารคืน

(3ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประตูทางเข้ากองทัพภาค 2 ค่ายสุรนารี ถ.ราชดำเนิน เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา เวลา 12.10 น. วันที่ 3 ก.ค. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย พร้อมพล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุวรรณ นายทหารนอกราชการ แกนนำภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหาร และสมาชิกเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่ จำนวนกว่า 30 คน ได้จัดขบวนคาราวาน "ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย" เคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือ เรื่อง "ให้ทหารกองทัพภาคที่ 2 พิจารณาการเสียดินแดน และชี้แจงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาโดยเร่งด่วน" จากนั้น พ.อ.ชินกาจ  รัตนจิตติ ผอ.กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 2 ได้เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ ท่ามกางการรักษาความปลอดภัยของ จนท.ตำรวจ และสารวัตรทหารกว่า 10 นาย
 
 นายไชยวัฒน์  เปิดเผยว่า เรามีความหวงแหนแผ่นดินไทย และปราถนาให้ทหาร ซึ่งเป็นรั้วของชาติ ได้เป็นกำลังหลักในการนำประชาชนร่วมสนับสนุนในการพิทักษ์รักษาแผ่นดิน และผลประโยชน์ของชาติ ภาคีเครือข่าย ฯ พบข้อสงสัยในกรณีหลัก จีพีเอส ของกรมแผนที่ทหาร เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่มีพยานหลักฐานชัดเจน โดยพบการปักปันไว้ตามแนวชายแดน ในเขต จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีการปักหลักหมุดแบ่งเขตแดนใหม่ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนในพื้นที่

 เนื่องจากมีบางหมู่บ้าน รวม 1.5 ล้านไร่ ที่อยู่ในแผ่นดินไทยมาโดยตลอด ถูกทางการไทยสั่งย้ายถิ่นฐาน เคลื่อนมาอยู่ในดินแดนไทยแห่งใหม่ แล้วต้องเสียพื้นที่เดิมให้กัมพูชา อย่างไรก็ตามหากผลปรากฏเป็นการเสียดินแดนไทยมีกฏหมายรับรอง ด้านพฤตินัย และนิตินัย กองทัพไทยได้โปรดดำเนินการสนับสนุนให้ความร่วมมือพิทักษ์รักษาแผ่นดินกับภาคประชาชน โดยประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ,สุรินทร์ ,อุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อใช้อำนาจทางการทหารดำเนินการปกป้องราชอาณาจักรไทย ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ
 
 ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต้องเรียกร้องให้ประกาศกฎอัยการศึกนั้น นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า  เนื่องจากประชาชนไม่เชื่อมั่น และไม่สามารถรอท่าที และนโยบายของรัฐบาลที่พยายามแสดงความไม่จริงใจในการปกป้องแผ่นดิน และกล่าวอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนมาโดยตลอด แต่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน สำหรับการเคลื่อนไหวของคาราวานในครั้งนี้ จะมีการตั้งเวทีปราศรัยชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้พี่ น้อง ประชาชน ที่ อ.พนมดงรัตน์ จ.สุรินทร์ โดยกำหนดเริ่มกิจกรรม เวลา 19.00-23.00 น. ภายในงานมีการร่วมลงรายชื่อของประชาชน เพื่อยืนต่อแม่ทัพภาคที่ 1 ในการประกาศกฎอัยการศึก เหตุที่เลือก จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่ ที่ไม่อยู่ในเงื่อนไข ขอบเขตของการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

  ด้าน พ.อ.ชินกาจ  ผอ.กองกิจการพลเรือน เผยว่าหลังจากได้รับหนังสือแล้ว จะดำเนินการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณา ขอชี้แจงทำความเข้าใจต่อทุกฝ่ายว่าทหารไทยมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และแผ่นดิน ขอให้ประชาชนโปรดมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่