ข่าว

"แซมบ้า"ช็อค"ดัตช์"แซงชนะ2-1เข้า4ทีม

"แซมบ้า"ช็อค"ดัตช์"แซงชนะ2-1เข้า4ทีม

03 ก.ค. 2553

"ฟลายอิงดัตช์แมน" ฮอลแลนด์ เล่นเกมระทึกขวัญ แซงชนะ "แซมบ้า" บราซิล 2-1 ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 โดย เวสลีย์ ชไนจ์เดอร์ เป็นผู้โขกประตูชัย พร้อมทำสถิติไร้พ่าย 24 นัด ตั้งแต่รอบคัดเลือก ส่วนอดีตแชมป์โลก 5 สมัย คุมอารมณ์ไม่อยู่ นอกจากแพ้แล้วยังเ

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่าง ฮอลแลนด์ กับ บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ที่สนามเนลสัน แมนเดลา เบย์ เมืองพอร์ท อลิซาเบธ ปรากฏว่า ฮอลแลนด์ ยังคงใช้ผู้เล่นชุดเก่ง ยกเว้นเพียงตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก เนื่องจาก โยริส มาไธจ์เซน เจ็บตอนอบอุ่นร่างกายถึงขั้นลงสนามไม่ได้ เบิร์ท ฟาน มาร์วิค โค้ช "ฟลายอิงดัตช์แมน" จึงต้องส่ง อังเดร ออยเยอร์ ลงเล่นแทน ส่วน 4 แนวรุก ได้แก่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี, อาร์เย็น ร็อบเบน, เวสลีย์ ชไนจ์เดอร์ เดียร์ก เคาท์ ประจำหน้าที่เช่นเคย

 ด้าน บราซิล ที่ก่อนเกมมีปัญหากับผู้เล่นกองกลางเกมรับ เนื่องจาก เฟลิเป เมโล ยังเจ็บ ขณะที่ รามิเรส ติดโทษพักแข้ง แต่โชคดีที่ เมโล ผ่านเช็คฟิตในวินาทีสุดท้าย แต่ในแนวรุกก็ต้องขาด เอลาโน ในตำแหน่งมิดฟิลด์ริมเส้นฝั่งขวา ที่ยังไม่หายเจ็บ ทำให้ ดาเนียล อัลเวส ถูกส่งลงมาเล่นเป็นเกมที่สองติดต่อกัน

 เริ่มครึ่งแรก บราซิล ก็โหมบุกหนักทันทีและสร้างความปั่นป่วนให้ ฮอลแลนด์ ไม่น้อย เพราะความไม่เข้าใจกันระหว่าง ไฮติงกา กับ ออยเยอร์ ที่เพิ่งจับคู่เซนเตอร์แบ็กกันเป็นเกมแรก โดย โรบินโญ ส่งลูกหนังข้ามเส้นประตูได้ตั้งแต่นาที 8 ทว่าผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าในจังหวะจับบอลของ อัลเวส ผู้จ่ายบอลไปก่อนแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เมโล ก็ส่งบอลจากหัวกระโหลกกลางสนามให้กับ โรบินโญ หลุดทั้งกับดักล้ำหน้า หลุดทั้ง ออยเยอร์ ตัวประกบ ทำให้ ร็อบเบน ต้องวิ่งมาไล่บอลแทนแต่ไม่ทัน "บินโญ" สับไกบริเวณเกือบถึงจุดโทษและไม่พลาด บราซิล นำ 1-0 นาที 10

 ทว่าให้หลังเพียงนาทีเดียว "อัศวินสีส้ม" เกือบได้ประตูตีเสมอทันควัน จาก เคาท์ ที่ตัดบอลเข้ากลางมาสับไกยิง ยังดีที่ ฮูลิโอ เซซาร์ นายทวาร "แซมบ้า" บินปัดไว้ได้ แต่ก็เป็นครั้งเดียวที่ทำได้ เพราะหลังจากนั้นแนวรับดัตช์ ยังคงมีปัญหาไม่เลิก เมื่อ ไฮติงกา ไปตัดฟาวล์ หลุยส์ ฟาเบียโน หัวหอกเดี่ยวบราซิเลียน จนได้ใบเหลือง ตั้งแต่นาที 13

 และ "แซมบ้า" ยังบุกมาเป็นระลอกจนเกือบบวกสกอร์ได้อีก 2 ครั้ง เมื่อนาที 30 ฟาเบียโน ตอกส้นให้ กาก้า ปั่นไซด์โค้งบริเวณจุดโทษแต่ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ผู้รักษาประตู "กังหันลม" บินปัดไว้ได้ทัน เช่นเดียวกับจังหวะของ ดักลาส ไมคอน แบ็กขวาที่วิ่งเข้ามาอัดเต็มข้อบริเวณริมกรอบโทษนาที 45 แต่ยังติดปลายมือ สเตเคเลนเบิร์ก จบครึ่งแรก บราซิล จึงยังนำอยู่แค่ 1-0

 เริ่มครึ่งหลัง แนวรับดัตช์ ก็ยังเป็นจุดอ่อนในวันนี้ เมื่อ เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล ไปทำฟาวล์ เมโล มิดฟิลด์ "เซเลเซา" ทำให้แบ็กขวาดัตช์โดนใบเหลืองนาที 47 ดังนั้นหาก ฮอลแลนด์ พลิกสถานการณ์เข้ารอบรองชนะเลิศได้ ฟาน เดอร์ วีล จะติดโทษพักแข้ง 2 ใบเหลืองทันที

 ทว่าโชคมาเข้าข้าง "ฟลายอิงดัตช์แมน" บ้าง เมื่อ ชไนจ์เดอร์ ที่เปิดบอลทแยงมุมจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ากรอบเขตโทษ เซซาร์ นายทวารบราซิล พุ่งออกมาชกบอลโดยไม่ให้เสียงกับ เมโล มิดฟิลด์เกมรับ ส่งผลให้บอลตกลงไปโดนหัว เมโล แฉลบเข้าประตู ฮอลแลนด์ ตีเสมอ 1-1 นาที 53

 หลังจากนั้น "กังหันลม" เริ่มจับทางได้ใช้ทั้ง ร็อบเบน และ ชไนจ์เดอร์ ป่วน มิเชล บาสโตส แบ็กซ้าย เพียงคนเดียว จน บาสโตส เสียความมั่นใจจนต้องเปลี่ยนตัวออกแล้วส่ง จิลแบร์โต เมโล ลงมาแทนนาที 62

 แต่แล้วประตูที่ 3 ในเกมมาเกิดขึ้นจนได้เมื่อ "อัศวินสีส้ม" เล่นลูกสูตรในการเตะมุม โดย ร็อบเบน โยนมุมธงมาจากฝั่งขวา ก่อนที่ เคาท์ จะโขกเช็ดไปให้กับ ชไนจ์เดอร์ ขึ้นขวิดเข้าประตูช่วยให้ ฮอลแลนด์ แซงนำ 2-1 นาที 68

 หลังจากนั้นนักเตะ "แซมบ้า" ดูเหมือนจะคุมอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อโดน ร็อบเบน เล่นยั่วด้วยการเลี้ยงบอลไปมา ส่งผลให้ เฟลิเป เมโล ทนไม่ไหว พุ่งเข้าเตะตัดขาจนล้มและเหยียบซ้ำ ส่งผลให้ ยูอิจิ นิชิมูระ ผู้ตัดสินญี่ปุ่น ไม่ลังเล ควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันทีนาที 73 และเมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่น ฮอลแลนด์ จึงเล่นประคองเกม เข้าทาง ร็อบเบน ที่เลี้ยงบอลไปทั่วสนามจนจบเกม ฮอลแลนด์ ชนะ 2-1 ทำสถิติไม่แพ้ทีมใดตั้งแต่รอบคัดเลือก, รอบแรก, รอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศ รวมถึงเกมกระชับมิตร 24 นัดติดต่อกัน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ฮอลแลนด์ : มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก, โจวานนี ฟาน บรองค์ฮอร์สท์, อังเดร ออยเยอร์, จอห์นนี ไฮติงกา, เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล, ไนเจล เด ยอง, มาร์ค ฟาน บอมเมล, เดียร์ก เคาท์, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี (คลาส แยน ฮุนเตลาร์ น.85)

บราซิล : ฮูลิโอ ซีซาร์, มิเชล บาสโตส, ฮวน, ลูซิโอ, ดักลาส ไมคอน, จิลแบร์โต ซิลวา, เคลแบร์สัน, โรบินโญ, กาก้า, ดาเนียล อัลเวส, หลุยส์ ฟาเบียโน (นิลมาร์ น.76)