
รัฐควัก175ล้านป้องลำไยราคาตก
คชก.อนุมัติงบ 175 ล้านบาทแก้ปัญหาลำไยล้นตลาด ป้องกันราคาตกทั้งเร่งระบายผลผลิตนอกพื้นที่ ส่งเสริมแปรรูปอบแห้งและรณรงค์บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติงบ 175 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการบริหารจัดการลำไยปี 2553 ใน 3 มาตรการ คือ 1.เร่งรัดการกระจายผลผลิตลำไยภายในประเทศ จำนวน 1 หมื่นตัน วงเงิน 120 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยต่ำ 1% วงเงิน 100 ล้านบาท ให้สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับซื้อผลลำไยในพื้นที่ 6 จังหวัด เพื่อระบายออกนอกพื้นที่ เช่น พะเยา 3.4 พันตัน เชียงราย 3.3 พันตัน และลำพูน 1.5 พันตัน และอนุมัติจ่ายขาด 20 ล้านบาท ค่าจัดการและค่าขนส่งลำไยออกนอกแหล่งผลิต
2.ส่งเสริมการแปรรูปลำไยสดเป็นลำไยอบแห้งสีทอง 1.8 หมื่นตัน โดย คชก.ชดเชยอัตราดอกเบี้ยแทนสถาบันเกษตรกร ที่กู้เงินจากสถาบันการเงินรัฐ อัตราไม่เกิน 3% ระยะเวลา 1 ปี โดยคาดว่าจะกู้เงิน 200 ล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติเงิน 30 ล้านบาท เพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3% รับซื้อลำไยอบแห้งทั้งผล 1 แสนตันสด และ 3.ส่งเสริมการบริโภคและตลาดลำไย โดยอนุมัติเงิน 4 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานรณรงค์ในประเทศ และอนุมัติเงินจ่ายขาด 15 ล้านบาท จัดงานและส่งเสริมจำหน่ายใน 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกาหลี อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
นอกจากนั้น คชก.มีมติอนุมัติงบ 35 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ซึ่งจะมีผลผลิตรวม 7 แสนตัน ออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนพร้อมกัน จึงอาจเกิดปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำ



