
ผีโม่แป้งให้ทักษิณ
รัฐบาลมาร์คมีข่าวแปลกๆ สร้างความตื่นเต้นให้ประชาชน เช่นมีกลุ่มขบวนการก่อการร้ายตั้งเป้าหมาย 68 แห่ง เป็นสถานที่ราชการสำคัญ และจุดยุทธศาสตร์เพื่อการทำลายล้าง เช่นคลังน้ำมัน ซึ่งโดนยิงด้วยจรวดอาร์พีจี แต่โดนถังเปล่า
ล่าสุดบุคคลสำคัญ รวมทั้งผู้นำมาร์คและคนในรัฐบาล ก็เป็นเป้าหมายของการลอบสังหารอีกด้วย นับว่าการเมืองไทยเข้าสู่มิติใหม่ของการช่วงชิงอำนาจ เมื่อต่อสู้อย่างเปิดเผยในระบบรัฐสภาไม่ได้ ก็ใช้การฆ่าเป็นทางเลือก
ดังนั้นการเมืองและการสังหารคู่แข่ง จะทำลายกฎ กติกาดั้งเดิม ซึ่งทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สลับบทบาทกันแต่ละยุคพยายามไม่ใช้วิธีนี้
แต่เห็นได้ชัดว่าเครือข่ายเกี่ยวโยงกับฝ่ายค้าน ซึ่งมีพวกก่อการร้ายแดง พรรคเพื่อไทย ภายใต้อำนาจเงินทักษิณย่อมถูกมองว่าเป็นตัวการหลัก
ที่ผ่านมา ฝ่ายแดงได้ใช้ความรุนแรงโดยตลอด แม้แต่การชุมนุมขับไล่คนฝ่ายตรงข้าม หรือการยกพวกไปไล่ฆ่าคนเสื้อเหลือง ไล่ฆ่านายกฯ มาร์คในกระทรวงมหาดไทย รุมฆ่าคุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ จนซี่โครงหัก หวิดตาย
การซ่องสุมอาวุธสงคราม มีกองกำลังชุดดำยิงทหาร 10 เมษายน บริเวณใกล้ถนนราชดำเนิน และการสู้รบกับทหารย่านบ่อนไก่และสวนลุมฯ แสดงให้เห็นว่าการใช้กำลังรบแตกหัก เป็นสงครามประชาชน เป็นทางเลือก
ช่วงนี้รัฐบาลปูดข่าวว่าแกนนำแดงตัวแสบและสมุนทาสน้ำเลี้ยงทักษิณ ไปสุมหัวกันอยู่ในกัมพูชา มีฮุน เซนปากว่าตาขยิบให้ ร่วมวางแผนก่อการร้ายในไทยอีกเช่นกัน แสดงว่าเครือข่ายทักษิณยังมุ่งล้มรัฐบาลทุกทาง
ตอกย้ำอีกครั้งว่าพวกเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย เป็นเนื้อเดียวกัน ประสานผลประโยชน์เพื่อเป้าหมายเดียวกัน เช่นการตั้งรัฐไทยใหม่ ล้มทุน ล้มปืน ล้มเจ้า แม้จะต้องใช้กองกำลังติดอาวุธเข่นฆ่าทหารก็ต้องทำ
แม้แกนนำส่วนหนึ่งติดคุก ยังมีขบวนการผีโม่แป้งทาสเงินทักษิณทำงานด้านอื่น เช่นทนายขายตัว ขายชาติ เดินสายไปกับผีโม่แป้งทนายโจรฝรั่ง ใช้ปากพ่นพิษทำร้ายประเทศไทย และคนไทยก็ยอมให้เดนคนพวกนี้อยู่ได้สบาย
ถ้าเป็นสังคมต่างประเทศ มีคนรักชาติแท้จริง คงไม่ปล่อยให้ลอยหน้าลอยตา โกหกพกลมไปแต่ละวัน สร้างปัญหาความมั่นคงให้สถาบันหลัก
ยุคนี้เป็นความตกต่ำทางการเมืองอย่างแท้จริง นักการเมืองในสภาผู้แทนฯ กว่าครึ่งค่อนมีพฤติกรรมขายชาติ เป็นนายหน้าให้พวกกังฉินกินเมือง ปกป้องผลประโยชน์ให้เครือข่ายพวกก่อการร้ายซึ่งรับจ้างทักษิณล้มประเทศ
รัฐบาลยังคงทำเป็นใจเย็น ทำในสิ่งที่ไม่เร่งด่วน หรือมองว่าเร่งด่วนแต่ใช้เวลานานเหลือเชื่อ เช่นการตั้งคณะกรรมการปรองดอง การปฏิรูปประเทศ ต้องใช้เวลานาน 3 ปี ด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี
นี่เป็นเรื่องเร่งด่วนแท้ๆ งานแบบนี้น่าจะเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ถ้าทุ่มเวลาทำงานอย่างจริงจัง แต่การใช้เวลา 3 ปี เท่ากับนานกว่าครึ่งหนึ่งของสมัยของรัฐบาลซึ่งนานเพียง 4 ปี แต่ส่วนใหญ่อยู่ไม่ครบระยะเวลาด้วยซ้ำ
วิกฤติของชาติเป็นเรื่องเร่งด่วน ไม่มีเวลาเหลือเฟือขนาดนั้น และผู้รับอาสาทำงานล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุ วัยเฉียด 80 ปีทั้งนั้น สังขาร เรี่ยวแรง สติปัญญาจะทนต่อแรงกดดันของภาระได้นานเพียงใด
คนพวกนี้รู้ว่าปัญหาในบ้านเมืองคืออะไร สถาบันวิจัยต่างๆ ก็มีข้อมูลมากมายมหาศาล ทางออกก็มีแล้ว เพียงแต่ขาดการปฏิบัติเท่านั้น
ปัญหาแท้จริงคือนักการเมืองขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา และขาดความซื่อสัตย์สุจริต พรรคการเมืองตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
พรรคการเมืองที่ได้มีส่วนบริหารจัดการบ้านเมือง มีพรรคไหนปลอดข่าวฉาวเรื่องการทุจริต โกงบ้านกินเมืองบ้าง ที่เห็นก็เป็นเพียงใครกินมากกินน้อย
ขึ้นอยู่กับความหน้าด้านในการคิดโครงการ ใช้อำนาจในการหักดิบ!
บ้านเมืองจะพัฒนาไปได้อย่างไร เมื่อมีข่าวแต่ละวันว่าเปอร์เซ็นต์สำหรับการโกงกินทุกวันนี้ปาเข้าไป 30 แล้ว มากกว่าที่เคยเป็นมาทุกยุค และแต่ละพรรคก็คิดโครงการมา อ้างเหตุสารพัด เช่นการเยียวยาธุรกิจภาคต่างๆ
ที่เป็นสุดยอดของความหน่อมแน้ม คือโครงการสอบถาม 63 ล้านความคิด อยากถามชาวบ้านว่ามีปัญหาอะไร ต้องการให้แก้ไขอย่างไร
เสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าโง่แล้วขยันเป็นอย่างยิ่ง!
นอกจากสิ้นเปลือง เงิน เวลา แล้ว อาจโดนเครือข่ายทักษิณระดมโทรศัพท์แนะบอกให้รัฐบาลลาออก แล้วจะหน้าแหก หมอไม่รับเย็บ
เป็นการหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าปัญหาบ้านเมืองเป็นอย่างไร!
เรื่องสำคัญเช่นการฟื้นฟูระบบนิติรัฐ ใช้กลไกกฎหมายรักษากฎ กติกา การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังสำหรับพวกละเมิดกฎหมาย แต่ก็ไม่ทำ
หรือพยายามจะทำ แต่ทำไม่ได้ เพราะไม่กล้าใช้อำนาจที่มีอยู่นะดิ! อิอิอิ!!!



