ข่าว

 เลขาธิการองค์การท่องเที่ยวโลกมองเที่ยวไทยสดใส

เลขาธิการองค์การท่องเที่ยวโลกมองเที่ยวไทยสดใส

02 ก.ค. 2553

(2 ก.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ดร.ทาลิป ริฟาย ( Dr. Taleb Rifiai) เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก ( UN World Tourism Organization) เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

 ดร.ทาลิป กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดีที่ได้มาเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ และมีความประสงค์ที่จะแสดงความสนับสนุนรัฐบาลไทยในฐานะประเทศสมาชิก และรัฐบาลไทยมีการให้ความสำคัญต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี แม้ช่วงที่ผ่านมาของประเทศไทยต้องผ่านสถานการณ์ทางการเมืองบ้าง แต่ประเทศไทยก็มีแนวโน้มด้านการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สดใส ในครั้งนี้ เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก ยังได้เดินทางไปพบปะกับกลุ่มธุรกิจเอกชน และองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องในด้านการท่องเที่ยวเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของประเทศต่างๆ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่สำคัญ และสามารถสร้างงานให้กับประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นองค์การการท่องเที่ยวโลก จึงมีแนวทางสำคัญที่จะช่วยสื่อสารเพื่อสร้างการรับ รู้ในความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่ประชาชนให้มากขึ้น

 ทางด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว โดยได้มีแนวนโยบายที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเสริมสร้างแรงจูงใจ เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีเสถียรภาพ โดยมีนโยบายในเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ในด้านการท่องเที่ยวเพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ขณะที่ในอีกด้าน เมื่อกล่าวถึงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลก็กำลังทบทวนแนวทางที่จะมีการยกเลิก และ ผ่อนคลายการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในบางพื้นที่

 นายกรัฐมนตรียังได้สอบถามถึงแนวโน้มสำคัญของการท่องเที่ยว ซึ่งดร.ทาลิป ได้กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในหลายส่วนที่สำคัญ ได้แก่ การมีการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา หรือ เรียนรู้ทางวัฒนธรรมมากขึ้น การเกิดขึ้นของจุดหมายการท่องเที่ยวใหมๆ และที่สำคัญ คือ แนวโน้มสัดส่วนของอายุนักท่องเที่ยวที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยมีแนวโน้มที่จะมีนักท่องเที่ยวที่มีอายุน้อยลง และนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้สูงอายุมากขึ้น นอกจากนี้ ทวีปเอเชียและกลุ่มประเทศในละตินอเมริกาเริ่มก้าวขึ้นมาเป็นภูมิภาคผู้นำใน ด้านตลาดการท่องเที่ยวใหม่ ได้แก่ จีน เกาหลี ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ กัมพูชา รวมถึง อินเดีย และ รัสเซีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศรายใหม่ในการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ คอสตาริกา เป็นตัวอย่างที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ดังกล่าว