ข่าว

ขาแชทมือถือเสี่ยงโรคจิตหลอน

ขาแชทมือถือเสี่ยงโรคจิตหลอน

02 ก.ค. 2553

ทุกวันนี้การเข้าถึงเว็บไซต์เครือข่ายสังคม เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ทวิตเตอร์ ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทำได้ง่าย เป็นสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นนิยมการ "แชท" หรือการส่งข้อความสั้นเพื่อสนทนากับเพื่อนผ่านเว็บไซต์เครือข่ายสังคม

 หรือส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของเพื่อนโดยตรง แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าการจดจ่อกับการส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์มือถือจะก่อให้เกิดโรคร้ายหลายประการ นอกเหนือไปจากการเจ็บนิ้วและหน้ามืดเมื่ออ่านบิลค่าโทรศัพท์

 เจนนี แครอล นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอทีในนครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เปิดเผยว่านักแชททั้งหลายมีความเสี่ยงที่จะมีอาการจิตหลอน หากจดจ่อกับการแชทผ่านโทรศัพท์มือถือมากเกินไป โดยอ้างผลการศึกษาของบริษัท บูสท์ โมบาย ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในออสเตรเลียที่ระบุว่าวัยรุ่นแดนจิงโจ้กำลังเป็นโรค "ติดแชท" โดยเพิ่มจำนวนการใช้บริการส่งข้อความสั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปัจจุบันเมื่อเทียบกับสถิติในปี 2551 และมีวัยรุ่นคนหนึ่งใช้โทรศัพท์ส่งข้อความมากถึงวันละ 444 ข้อความ

 อาการต่างๆ เช่น เท็กทาพาเรเนีย ซึ่งเป็นนิยามของอาการประสาทหลอนว่าได้ยินเสียงบี๊ป หรือ รู้สึกว่าโทรศัพท์สั่นเมื่อมีข้อความเข้า อาการหลงๆ ลืมๆ ว่าตนเองกำลังเดินไปยังที่ใด หรืออยู่ในสถานที่ใด เท็กไซตี้ หรืออาการเครียดระหว่างรอข้อความตอบกลับ รวมทั้งการระดมส่งข้อความเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเอง อาจจะเกิดขึ้นกับวัยรุ่นสมัยใหม่ที่มีอาการติดแชทเป็นพื้นฐาน

 ผู้ที่มีอาการเท็กทาพาเรเนีย และเท็กไซตี้ อาจจะรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวและขาดความรัก ส่วนผู้ที่ระดมส่งข้อความเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวเอง และหลงๆ ลืมๆ ว่าตัวเองอยู่ที่ใด อาจจะสะท้อนให้เห็นว่าเป็นคนที่มีเพื่อนมากเกินไป หรือเป็นคนที่ไร้ที่พึ่ง ทางใดทางหนึ่ง "ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวจึงต้องส่งข้อความไปหาบุคคลอื่นเพื่อเรียกร้องความสนใจ" แครอลอธิบาย

 ยังไงก็ตรวจสอบอาการของตัวเองบ้างนะครับ เพราะเผลอๆ อาจจะเป็นโรคติดแชทอย่างวัยรุ่นออสเตรเลียกับเขาด้วย