
บึ้มทหารขณะลาดตระเวนที่ยะหาเสียชีวิตอีก3ศพ
บึ้มเจ้าหน้าที่ทหารเฉพาะกิจที่ 14 ขณะลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 3 นาย นายกฯสั่งสมช.ดูแลหลังป่วนใต้แรงขึ้น เล็งถามจนท.เรื่องอุปกรณ์
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 2 ก.ค. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 ยะหา ว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้าน เหตุเกิดที่บ้านบาโย หมู่ 8 ต.บาโล๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุทันที 3 นาย
หลังทราบเหตุ พล.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วย พ.อ.มณี จันทร์ทิพย์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดพิสูจน์หลักฐาน จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เข้าตรวจสอบทีเกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ เป็นถนนลูกรังผ่านสวนยางพาราในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่พบซากรถยนต์กระบะ 4 ประตู หมายทะเบียน ม.0514 ปัตตานี อยู่ในสภาพพังยับเสียหายทั้งคัน ใกล้กันในบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเศษชิ้นเนื้อและร่างกายของเจ้าหน้าที่ทหารในสภาพที่ถูกแรงระเบิดจนร่างกายขาดครึ่งตัว แขนขาฉีกขาด ส่วนศพทหารอีก 2 นาย ถูกแรงระเบิดลอยขึ้นไปติดบนต้นไม้ แขนขา ฉีกขาดเช่นกัน
ใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดกว้าง 180 เซนติเมตร ลึกประมาณ 80 เซนติเมตร และพบสายไฟลากสายยาวเข้าไปในสวยยางพาราข้างที่เกิดเหตุ จึงปิดกั้นสถานทีเกิดเหตุและเข้าตรวจสอบ พบว่าคนร้ายลากสายไฟยาวเข้าไปในสวยยางพารากว่า 150 เมตร เชื่อว่าทำการจุดชนวนระเบิดด้วยแบตเตอรี่ โดยระเบิดที่ฝังไว้ใต้ผิวถนนเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัมบรรจุอยู่ในถังแก๊สปิ๊กนิค นอกจากนี้ในบริเวณที่ปลายสายไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดทีคนร้ายซุ่มอยู่เพื่อรอกดชนวนระเบิด เจ้าหน้าที่ยังพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หมายเลขโทรศัพท์และรอยนิ้วมือต่อไป
ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่เสียชีวิต คือ ส.อ.วีระยุทธ หวังกลิ่น ส.ต.วีระชาติ บุญเกื้อ และพลทหารกำมารูดิง ตูวี ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร. 154 หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 ยะหา ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่วัดสวนแก้ว บ้านปูแหล ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ได้ลาดตระเวนเส้นทางภายในหมู่บ้านโดยใช้รถยนต์กระบะคันดังกล่าว เมื่อมาถึงทีเกิดเหตุ ซึ่งใกล้ถึงที่ตั้งของฐานปฏิบัติการ คนร้ายก็ได้กดชนวนระเบิดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
นายกฯสั่งสมช.ดูแลหลังป่วนใต้แรงขึ้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ 2 วันติดต่อกันและเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า รายละเอียดทั้งหมดยังไม่ทราบ แต่เมื่อช่วงกลางวัน( 2 ก.ค.) ที่ผ่านมาตนได้คุยกับทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) และได้สั่งการให้ทำการประเมินอย่างเป็นระบบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะลักษณะของเหตุการณ์ 2 เหตุหลัง มีการพัฒนาไปอีกลักษณะหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นพัฒนาไปในทางที่มีความรุนแรงมากขึ้นและเป็นไปในทางรุนแรงในรูปแบบของมัน
เมื่อถามว่าอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยบุคคลในกทม.จำเป็นต้องนำกลับไปคืนเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ภาคใต้ หรือไม่ เช่นรถตัดสัญญาณโทรศัพท์ 2 คัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องมีการสอบถามไปยังหน่วยปฏิบัติ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดอย่างไร และต้องดูลักษณะของการจุดและอุปกรณ์เป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า มีรายงานหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายมีวัตถุประสงค์อะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการพัฒนารูปแบบของฝ่ายที่ก่อความไม่สงบ เหมือนกับที่เราเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ แต่ขณะนี้สภาพความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ ก็จะแตกต่างกัน ซึ่งก็ได้ให้สมช.เข้าไปดูแล้ว



