ข่าว

10แยกไฟแดงเสียวันฝนตกหนักคนกรุงทุกข์หนัก

10แยกไฟแดงเสียวันฝนตกหนักคนกรุงทุกข์หนัก

02 ก.ค. 2553

สวพ.FM 91 เผย 10 แยกสัญญาณไฟเสีย เช้าวันฝนตกหนัก คนกรุงเทพฯ ทุกข์หนัก ขับรถฝ่าสายฝน ลุยน้ำท่วมถนนกว่า 10 สาย พื้นที่วิกฤติน้ำท่วมสูงซ้ำซาก

 วันที่ 2 กรกฏาคม นางสาวไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิไลเซ็นเตอร์ แอนด์ซัน จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัญหาการจราจรเช้าวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นวันที่คนกรุงเทพฯ ปริมณฑล โดยเฉพาะ นนทบุรี ปทุมธานี ต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่า 2-3 ชั่วโมง จากบ้านพักอาศัย ไปสถานที่ทำงาน หรือส่งบุตร หลาน ที่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ สาเหตุเกิดจากฝนที่ตกกระหน่ำ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. เป็นต้นมา และส่งผลกระทบทำให้ ถนนสายหลัก มีปริมาณน้ำท่วมขัง ระดับสูง โดยเฉพาะถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกเทียมร่วมมิตร ทั้ง 2 ฝั่ง มีระดับน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า หรือประมาณ 30-40 ซม. นอกจากนี้ ปากซอยรัชดาภิเษก 18 โดยรอบ แยกรัชดา-ลาดพร้าว และระหว่างแยกรัชดา-ลาดพร้าว ถึง แยกรัชโยธิน ทั้ง 2 ฝั่ง พบว่ามีระดับน้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า

 ขณะที่ ถนนลาดพร้าว ภายในซอยลาดพร้าว 64, 48 ซอยโชคชัย 4 ถนนสังคมสงเคราะห์ ซึ่งเป็นซอยทางลัดจาก ถนนนาคนิวาส มาออกถนนโชคชัย 4, ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้า กองปราบราม ถึง ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ภายในซอยพหลโยธิน 18 หรือซอยทางลัดวิภาวดี-รังสิต 3 พบว่ามีระดับน้ำสูง 30-40 ซม. สำหรับถนนศรีอยุธยา ฝนที่ตกหนักทำให้มีระดับน้ำท่วม ตั้งแต่บริเวณหน้าวังสวนผักกาด ถึง แยกพญาไท, ถนนเพชรบุรี ระหว่างซอยเพชรบุรี 33 – 35, ถนนพระราม 4 ตั้งแต่ แยกหัวลำโพง ถึงแยกวิทยุ, ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแยกศรีนุช หรือแยกสวนหลวง แยกศรีอุดม หรือแยกหนองบอน แยกลาซาล-ศรีนครินทร์ มีระดับน้ำท่วมสูงเสมอทางเท้า

 สำหรับในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เส้นทางสายหลักที่มีระดับน้ำท่วมขังผิวจราจร ประกอบด้วย ถนนงามวงศ์วาน บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ทั้งเข้า และออก ระดับน้ำเสมอทางเท้า, ระหว่างเชิงทางลงสะพานข้ามแยกพงษ์เพชร ถึงปากซอยชินเขต, ถนนสามัคคี ตั้งแต่ แยกสามัคคี ถึง หน้าหมู่บ้านประชาชื่น, ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ แยกตัดถนนเลียบคลองประปา ถึง แยกปากเกร็ด ทั้ง 2 ฝั่ง ระดับน้ำสูง 20-30 ซม. ส่วนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ถนพหลโยธิน บริเวณ หน้าตลาดสี่มุมเมือง หน้าห้างสรรพสินค้า เซียร์ รังสิต และบริเวณแยกลำลูกกา พบว่าเป็นจุดวิกฤติ มีน้ำท่วมสูงรถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทั้งช่องทางด่วน และคู่ขนาน

 นางสาวไจตนย์ กล่าวต่อว่า ระหว่างเวลา 06.00 – 12.00 น. วันเดียวกัน มีประชาชนผู้ฟังรายการ สวพ.FM 91 โทรศัพท์แจ้งปัญหาสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง ผ่านหมายเลข 1644 “โทรฟรี” 0-2562-0033-4 และ 0-2941-0847-50 กว่า 400 สาย ซึ่งพบว่า มีทางแยกที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า และทำให้สัญญาณไฟจราจรขัดข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องลงยืนอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณกลางทางแยก จำนวนกว่า 10 ทางแยก ประกอบด้วย แยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกอโศก-เพชร, แยกมิตรสัมพันธ์ ถนนเพชรบุรี, แยกสะพานมัฆวาน แยกผ่านพิภพ ถนนราชดำเนิน, แยกภาวนา ถนนลาดพร้าว, แยกเจริญผล ถนนพระราม 1, แยกบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์, แยกรามคำแหง และแยกเพชรเกษม 81 ถนนเพชรเกษม

 “ขณะที่สภาพการจราจรช่วงเช้า ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก สำหรับประชาชนที่เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง พื้นที่ชั้นใน พบว่า ถนนพหลโยธิน รถยนต์ติดขัดหยุดนิ่ง ตั้งแต่หน้าฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต กระทั่งถึง แยกลาดพร้าว, ถนนรามอินทรา ท้ายแถว ต่อเนื่อง ใกล้โรงพยาบาล นพรัตน์ราชธานี, ถนนรัชดาภิเษก ทิศทางขาเข้าเมือง ต่อเนื่องไปฝั่งธนบุรี ใกล้แยกบางพลัด, ถนนรัตนาธิเบศน์ มุ่งหน้า เข้าแยกแคราย ถนนงามวงศ์วาน ถึงแยกเกษตร หยุดนิ่งบนสะพานพระนั่งเกล้า ตัวใหม่, ถนนแจ้งวัฒนะ ปัญหาจากน้ำท่วม ส่งผลให้รถติดหยุดนิ่ง ไปถึง สะพานข้ามแม่น้ำ พระราม 4, ถนนลาดพร้าว ตลอดสาย รถติดคับคั่ง เกิดจากน้ำท่วมที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว และส่งผลทำให้ ถนนเสรีไทย รามคำแหง และถนนศรีนครินทร์ ติดขัดหยุดนิ่งต่อเนื่องไปกระทั่งเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน” นางสาวไจตนย์ กล่าว

"ฝนถล่มกรุง"รถติด-น้ำท่วมขังถนนกว่า10สาย

 ทั้งนี้ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล รายงานภาพรวมการจราจรในช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วนที่ผ่านมา ภายหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกันกว่า 8 ชั่วโมงจนถึงเช้าสาย ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนที่เป็นปัญหาพื้นผิวการจราจรต่ำมีน้ำท่วมขังเป็นจำนวนมากทำให้การจราจรติดขัดเป็นอัมพาตลอดเส้นทางและมีผลกระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่ชานเมืองจนถึง กทม.ชั้นใน ย่านธุรกิจ และฝั่งธนบุรี ขาเข้าโดยพบว่า เส้นทางที่มีปัญหาการจราจรอย่างหนักคือ 12 เส้นทางทั่วกรุงคือ  ถนนพหลโยธินขาเข้าหน้ากองปราบปราม ปริมาณน้ำท่วมขังครึ่งน่อง ถนนลาดพร้าวน้ำท่วมขังถึงขอบฟุตบาท ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพระราม 9 เส้นทางอโศกดินแดง ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรีถึงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนรัชดาภิเษก ถนนศรีอยุธยาจากหน้าวังสวนผักกาดถึงแยกพญาไทน้ำท่วมถึงขอบทางเท้า ถนนรัชดาตั้งแต่แยกเชิงทางลงลาดพร้าวถึงหน้าศาลอาญา รัชดาซอย 30 ถึงแยกรัชดาลาดพร้าว ถนนศรีนครินทร์จากแยกศรีอุดมทั้งขาเข้า-ออก ถึงแยกศรีนุช ถนนงามวงศ์วานจากปากซอยชินเขต 1 เป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร หน้าตลาดพงษ์เพชร น้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท ถนนพระราม 4 ขาออกตั้งแต่หัวลำโพงถึงถนนอังรีดูนังต์ น้ำท่วมขังเป็นช่วงๆ สูงประมาณครึ่งล้อรถ ส่วนย่านฝั่งธนฯ การจราจรติดขัดน้ำเอ่อล้นท่วมขังพื้นผิวถนนประกอบด้วย ถนนจรัลสนิทวงศ์ ถนนอิสรภาพ แยกบางกอกน้อย เป็นต้น

 พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวว่า สั่งการให้ทุกพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือแก้ปัญหาจราจรช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมขังผิวการจราจรอย่างต่อเนื่องแล้วก่อนหน้านี้ และให้ดำเนินการตามแนวทางที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกหน่วยเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือรถจอดเสียและรถที่เกิดอุบัติเหตุลื่นไหล่ต่างๆ พร้อมปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นผิวจราจรให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนสัญญานไฟจราจรที่เสียระหว่างที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักนั้นได้ประสานไปยังสำนักงานเขตเร่งแก้ไขปัญหาแล้วจนถึงตอนนี้ก็ใช้การได้ตามปกติ

 ด้าน นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักการระบายน้ำได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปดูแลในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ให้ระบายลงท่อ แต่ยังเหลือบางจุดที่น้ำขังรอการระบาย ได้แก่พื้นที่ ถ.ศรีอยุธยา น้ำท่วมสูง ประมาณ 20 -30 ซม. หน้าวังสวนผักกกาด ถนนงามวงศ์วาน หน้าตลาดงามวงศ์วาน และสี่แยกเกษตร โดยฝนได้ตกลงมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน 1 รอบทั้งใน กทม.และฝั่งธนบุรี และตกหนักเวลา 03.00 น. และเวลา 04.00 น.

 จากนั้นได้โปรยปรายลงมาจนถึงช่วงเช้า เวลา 07.30 น.เกิดการจราจรติดขัดบนถนนหลายสายที่มีน้ำท่วมขังได้แก่ ถ.สิรินธรขาเข้ามุ่งหน้าสะพานกรุงธนบุรี ถนนสามเสน สะพานยกระดับรามคำแหงขาเข้า ถนนเพชรบุรีขาเข้า ถ.พระราม 2 ถนนรัชดา ถนนอโศกมนตรี เป็นต้น นอกจากนี้สัญญาณไฟจราจรตามสี่แยกยังขัดข้องอีกหลายทางแยก จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น.การจราจรจึงเริ่มคลี่คลาย กลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังมีฝนตกโปรยปรายต่อเนื่อง