
NGOสับรัฐผุดลูกเสือออนไลน์ขวาตกยุคดุจ6ตุลา19
NGO สับ รัฐ ผุด Cyber Scout ขวาตกยุค โมเดลเดียวกับ 6 ตุลา19 ใช้เด็กเป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้าม จี้ กำหนดชัดเจน ภัยคุกคามออนไลน์ คืออะไร ภาคปชช. จุดพลุ ! ปฎิรูปสื่อสู่ปฎิรูปประเทศ ระดมสมองเสนอรัฐ
(2มิ.ย.) ที่อาคาร Bangkok Code มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.) แถลงข่าวการจัดงาน “ ปฎิรูปสื่อ ประชาชน สู่ ปฎิรูปประเทศไทย ” ในวันที่ 9 - 10 ก.ค. 2553 ที่อาคาร Bangkok Code โดยเป็นการเปิดเวทีระดมความเห็นจากผู้แทนองค์กรสื่อภาคประชาชน อาทิ สหพันธ์วิทยุชุมชน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต นักวิชาการ ประชาชน รวมทั้งตัวแทนจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)เพื่อรวมรวมข้อเสนอ ผลักดันแนวทางปฎิรูปสื่อให้รัฐบาลได้นำไปปฎิบัติ
น.ส.วัฒนา นาคประดิษฐ์ คณะทำงานมอส. กล่าวว่า เราต้องการให้เป็นเวทีที่คนทำสื่อภาคประชาชนได้มีพื้นที่ในการนำเสนอความคิด ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกละเลยจากสังคม เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงของข้อมูลข่าวสารและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยในเวทีจะระดมปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆและคณะทำงานจะรวบรวมข้อเสนอเหล่านั้นผลักดันต่อรัฐบาล และในแวดวงผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเอง
“ ถ้ารัฐบาลต้องการสร้างความปรองดอง สิ่งสำคัญต้องสร้างบรรยากาศเสรีภาพในโลกของการสื่อสาร ไม่ใช่ด้านหนึ่งปรองดอง แต่อีกด้านหนึ่งไล่ล่าสื่อที่นำเสนอข้อมูล ความเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล โดยเฉพาะวิทยุชุมชนขณะนี้ถูกไล่ล่าจำนวนมาก แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ ไม่ต่างกับการไล่ตามจับเงาตัวเอง การยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สะท้อนว่ารัฐยังต้องการเครื่องมือที่เด็ดขาดหวังจะควบคุมสื่อให้นำเสนอข้อมูลตามที่รัฐบาลต้องการ ” น.ส.วัฒนา กล่าว
นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ(คปส.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดตั้งเครือข่ายลูกเสือในสังคมออนไลน์หรือ Cyber Scout เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ต ว่า รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า “ ภัยคุกคาม ” ตามที่กล่าวอ้างนั้นคืออะไร จะให้เยาวชนคอยตรวจสอบเว็ปโป๊เปลือยเหมาะสมหรือไม่ หรือหากบอกว่าป้องกันเว็ปหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องถามว่าเยาวชนมีความเข้าใจดีพอหรือไม่ว่าเว็ปไซต์ใดจะเข้าข่ายหมิ่นหรือไม่หมิ่น การทำเช่นนี้ต้องระวังว่าจะเป็นการปลุกกระแสเชิดชูชาตินิยม และสุดท้ายก็ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล
ทั้งนี้ แทนที่รัฐบาลจะใช้ลูกเสือเป็นแนวร่วมรัฐบาล ควรจะระดมความคิดจากตัวแทนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทุกฝ่ายให้ร่วมกันกำหนดกติกาว่าในอินเตอร์เน็ตควรจะมีขอบเขตแค่ไหนและใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเว็ปไซต์ที่เชียร์รัฐบาลหรือวิจารณ์รัฐบาล แล้วให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ใช่ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองแบบนี้ เช่นเดียวกับวิทยุชุมชน ที่ขณะนี้ตำรวจ-ทหาร นับร้อยนายใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน บุกปิดสถานีวิทยุชุมชน หลายสิบสถานี ส่วนใหญ่อ้างว่าใช้ภาษายั่วยุปลุกระดม ซึ่งไม่ชัดเจนว่าอะไรถึงเรียกว่ายั่วยุปลุกระดมเพราะวิทยุชุมชนของรัฐที่มีกว่า 400 - 1,000 สถานีที่ปลุกระดมก็มีแต่ไม่ถูกจับ ดังนั้นต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า “ ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง ” นั้นมีลักษณะอย่างไร และต้องใช้เกณฑ์นี้ทั้งฝ่ายเชียร์และฝ่ายวิจารณ์รัฐบาล ไม่ใช่เลือกใช้แต่ฝ่ายตรงข้ามเหมือนในปัจจุบัน
“ท่าทีของรัฐบาลนี้ใกล้เคียงกับรัฐในสมัยตุลาปี 2519 ที่ปลุกกระแสชาตินิยมลูกเสือชาวบ้านพร้อมทั้งโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ในช่วงชุมนุมมีใบสั่งให้ผู้จัดรายการของกรมประชาสัมพันธ์ บอกประชาชนว่าให้ออกมาอย่าไปปกป้องคนชั่ว รัฐบาลกำลังเข้าจัดการกับผู้ก่อการร้าย ไม่ต่างอะไรกับวิทยุยานเกราะในยุคนั้น ” นายสุเทพ กล่าว



