ข่าว

ททท.ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กสร้างภาพลักษณ์ไทย

ททท.ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กสร้างภาพลักษณ์ไทย

02 ก.ค. 2553

ททท.ใช้ช่องทางออนไลน์สร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องผ่านเว็บไซต์องค์กร ที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับต้นๆ 3 ล้านครั้งต่อเดือน และโซเชียลเน็ตเวิร์กของ ททท. อย่างทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก เริ่มจากงานสไมล์ แอท ราชประสงค์ (SMILE @ Ratchaprasong) เป็นงานแรก

 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังกับ สมาคมวิสาหกิจย่านราชประสงค์ และบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมสไมล์ แอท ราชประสงค์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ว่า บริเวณราชประสงค์ได้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ววันนี้ (ศุกร์ที่ 2-4 ก.ค.) ที่เซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์

 นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เกาะกระแสออนไลน์ทำตลาดอย่างใกล้ชิด โดยภาพของความสามัคคี สีสันและความสนุกสนานในการจัดงานนี้ จะถูกเผยแพร่ไปยังชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อทั่วไป และสื่อใหม่ (นิวมีเดีย) ทางอินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์

 สื่อออนไลน์ ทั้งอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นสื่อที่ ททท.ให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นสื่อที่ทันกระแสคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์ด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังสามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้อย่างใกล้ชิดและทันท่วงที โดยปัจจุบัน ททท.มีการใช้สื่อออนไลน์หลากรูปแบบและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

 ททท.จะใช้ช่องทางออนไลน์เป็นสื่อเพื่อนำเสนอข่าวสาร รวมทั้งเสริมความเข้าใจเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับงานสไมล์ แอท ราชประสงค์ ซึ่งจะใช้สื่อเหล่านี้ในการประชาสัมพันธ์ทั้งก่อนและหลังการจัดงาน โดยเชื่อว่าจะนำเสนอความเข้าใจที่ถูกต้องและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

 เว็บไซต์ www.tourismthailand.org เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารความเคลื่อนไหวของ ททท.ให้แก่ชาวไทยและทั่วโลก ปัจจุบันมีผู้เข้าชม 3 ล้านครั้งต่อเดือน เป็นเว็บไซต์องค์กรที่มีผู้เข้าชมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ส่วนโซเชียลเน็ตเวิร์กของ ททท. อย่างทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 4 ของประเทศ 

 “สื่อออนไลน์เหล่านี้ เป็นสื่อที่ ททท.ให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด โดย ททท.จะนำเสนอภาพที่เป็นจริงและความเคลื่อนไหวของพื้นที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสื่อออกไปในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งได้สร้างความเข้าใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากว่ามีพื้นที่เกิดเหตุเพียงบางจุดในกรุงเทพฯ เท่านั้น ส่วนที่อื่นๆ ยังท่องเที่ยวได้ปกติ และเมื่อเหตุการณ์ผ่านพ้นไป ก็สื่อสารต่อว่าจุดนั้นได้กลับคืนสู่สภาวะปกติแล้ว”

 การให้ข่าวสารความเคลื่อนไหวอย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยหนึ่งที่เรียกความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวให้กลับมา โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเคยมีความอ่อนไหวกับสถานการณ์ต่างๆ มาก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้ติดตามข่าวสารออนไลน์อย่างใกล้ชิด จึงกลายเป็นนักท่องเที่ยวในอันดับต้นๆ ที่กลับเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยในช่วงนี้