
มะกันหนุนโรดแม็พรบ.ตู่มอง"หลักการ"
"สัมมนาเพื่อไทยคึกคัก" "จตุพร"ขู่ฟ้องศาลโลกรัฐปิดข้อมูลสนง.กฎหมายอัมสเตอร์ดัม มองสภาคองเกรสสหรัฐเห็นด้วยกับโรดแม็พของรัฐบาลเป็นเชิงหลักการเชื่อในที่สุดมะกันก็คงผิดหวังเหตุแผนปรองดองไม่สามารถทำได้จริง มาร์คไม่ตั้งใจยุบสภาก่อนสิ้นปีนี้ระบุยังไม่สงบจริง
(2ก.ค.) ที่โรงแรมลองบีชการ์เด้นโฮลเทล พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาพรรคะหว่างวันที่ 2-3 ก.ค.โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีส.ส.และสมาชิกพรรคทยอยมาร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 13.00 น.ซึ่งในพิธีเปิดมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หน.พรรคซึ่งทางพรคมีกิจกรรมสัมพันธต่าง ๆ และการรับฟังการบรรยาศพิเศษและมีการระดมความคิดเห็นจกสส.โดยในช่วงค่ำเย็นจะมีการจัดงานสังสรรค์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน กล่าวกรณีที่สภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาเห็นด้วยกับโรดแม็พของรัฐบาลว่า เข้าใจว่าสภากองเกรสก็คงเห็นด้วยในเชิงหลักการเรื่องการปรองดองซึ่งเป็นเพียงการพูดบอกหลักการแค่คำพูดแต่หากดูแนวทางปฏิบัติจริงก็ตรงกันข้ามรัฐบาลไม่มีความจริงใจในการปฏิบัติให้เกิดการต่อรองอย่างแท้จริง เชื่อว่าสหรัฐจะผิดหวังเพราะแผนปรองดองไม่สามารถทำได้จริง
ส่วนกรณีที่สำนักงานกฎหมายอัมสเตอร์ดัม แอนด์ เปรอฟ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งมาช่วยนปช.โดยรัฐบาลไม่ให้ข้อเท็จจริงกับอัมสเตอร์ดัมนั้นสะท้อนว่ารัฐบาลปกป้องปิดข้อมูลและทำให้กิดความสงสัยว่า รัฐบาลสั่งฆ่าประชาชนตรงนี้เท่ากับผิดกลักกม.สากล และการพิจารณาคดีความอาญาในประเทศไทย ดังนั้นทีมทนายอัมสเตอร์ดัมคงมีการพิจารณาเพื่อให้เวลาอีกหากปฏิเสธการให้ข้อมูลก็จะฟ้องศาลโลกต่อไป
มาร์คไม่ตั้งใจยุบสภาก่อนสิ้นปีระบุยังไม่สงบจริง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวเที่ยงของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ที่ถ่ายทอดสดจากตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯกล่าวถึงการรับสายประชาชนที่โทรมาร้องเรียนปัญหาผ่านทางหมายเลข 02-304-9999 ในโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิดเพื่อร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยว่า ปัญหาที่มีการถ่ายทอดเข้ามานั้น เราอาจมองเห็นแนวโน้มว่าสิ่งที่อยู่ในใจประชาชนนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมา ที่มีประมาณ 3-4 พันสาย มีแนวโน้มที่จะออกมาค่อนข้างชัดว่าเรื่องของอาชีพ รายได้ และเศรษฐกิจครัวเรือน อยู่ในใจของประชาชนมากที่สุด ซึ่งตรงนี้เป็นตัวสะท้อนอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อเราพูดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจในแต่ละครั้ง บางครั้งก็เป็นภาพรวม ถัดมาก็มีเรื่องของการเมือง ประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ของสายที่เข้ามาทั้งหมด ซึ่งมีการเสนอแนะเข้ามาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลกำลัง ดำเนินการอยู่ การสอบถามเรื่องการยุบสภา จากนั้นมีเรื่องของการศึกษา และบริการของภาครัฐ ซึ่งเราจะเห็นภาพโครงสร้างของปัญหาที่อยู่ในใจของคน
เมื่อถามว่าสิ่งที่สะท้อนถึงนายกรัฐมนตรี มีเรื่องใดที่ทำให้รู้สึกหนักใจหรือไม่ มีเสียงต่อว่าหรือมุมมองที่แตกต่างในเรื่องของการเมือง นายกฯ กล่าวว่า มีเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งมีประชาชนถามเข้ามาว่าทำไมไม่ยุบสภา ซึ่งเป็นความเชื่อทางการเมืองของเขา และเราเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงออก โดยเป็นการพูดคุยในบรรยากาศที่ดี ทั้งนี้ได้มีประชาชนรายหนึ่งจาก จ.ขอนแก่น ถามว่าระหว่างการเดินหน้าทำแผนพวกนี้กับการยุบสภา ไม่คิดหรือว่ายุบสภาแล้วเรื่องมันจะจบ
“ซึ่งผมเสนอมุมมองว่าความจริงเรื่องยุบสภานั้น ก็มีการพูดถึงการเลือกตั้ง ถ้าเรามีการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้แก้ประเด็นปัญหาบางอย่างและมันไม่สงบจริง ก็จะยิ่งเกิดปัญหารุนแรงขึ้น ซึ่งเขาก็แสดงความไม่เห็นด้วยในเบื้องต้นว่าน่าจะลองมีการเลือกตั้ง แล้วก็ได้พูดคุยกันจนสุดท้ายผมบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการยุบสภาหรือมีการเลือกตั้งเร็ว แต่อยากเห็นบรรยากาศของบ้านเมืองที่มีลักษณะของการปรองดองมากกว่านี้ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเขาก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากเห็นความสงบ เพราะทุกอย่างจะได้เดินไปข้างหน้า ผมก็บอกว่านั่นก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าทุกฝ่ายมาร่วมกันทำให้บ้านเมืองสงบได้สักระยะหนึ่ง ผมคิดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้”นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะยุบสภาก่อนสิ้นปี เพราะคิดว่าถ้าขณะนี้เรามีเสถียรภาพในการผลักดันแผนระยะหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์ แต่ตนให้หลักประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก เราอยู่ในระบบรัฐสภา การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การยุบสภาก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ความตั้งใจของตนคือตนคิดว่าบ้านเมืองน่าจะมีเสถียรภาพอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีในการที่จะเดินหน้า แผนที่เราคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญในการปูทางไปสู่ความปรองดอง ซึ่งส่วนหนึ่งคือจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า
เมื่อถามว่าหนึ่งในความกังวลของประชาชนที่อยู่ในลำดับต้นๆ เป็นเรื่องของความมั่นคง เสถียรภาพ ความปลอดภัยท่ามกลางสถานการณ์ที่เรายังคงพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน และมีข่าวการลอบทำร้าย อยากให้นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจกับประชาชนในเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราถือว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานเต็มที่ในการช่วยดูแลความปลอดภัยโดย ทั่วไป ทั้งนี้ ที่จริงแล้ว เราจะความพอดี ซึ่งจะเห็นว่ามีฝ่ายที่เรียกร้องอยากให้เลิกพ.ร.ก.นี้ แต่ก็มีคนที่ยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เราก็ใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมายพิเศษเท่าที่จำเป็น และตนเชื่อว่าขณะนี้แนวโน้มโดยส่วนรวมไปในทางที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นการทยอยยกเลิกการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่น่าจะเริ่มทำได้ตั้งแต่ วันที่ 7 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป จะมีบางพื้นที่ที่เราเชื่อว่าจะมีการยกเลิกพ.ร.ก.ดังกล่าวได้ จากนั้นจะดูตามสถานการณ์
“ผมเชื่อว่าปัญหาในภาพรวมจะลดลงและถ้าทั้งสังคมให้ความสำคัญกับการเดินหน้าประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะเป็นบรรยากาศที่ดี และเราจะช่วยทำความเข้าใจกับคนที่คิดเห็นแตกต่างแล้วก็ลดปัญหา แต่สำหรับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือ วินาศกรรมนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด”นายกฯ กล่าว
บริษัทมะกันยันขยายลงทุนในไทย
นาย Heinz Haller รองประธานด้าน Performance System บริษัท Dow Chemical Company เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธ์ ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายรองประธานบริษัท Dow Chemical Company ซึ่งถือเป็นผู้ลงทุนหลักในประเทศไทยกว่า 40 ปี และมีเงินลงทุนในประเทศไทยทั้งสิ้นประมาณ 37,000 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ รองประธานบริษัท Dow Chemical Company
ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบถึง โครงการลงทุนของบริษัทโครงการใหม่ที่ตั้งอยู่ในเขตมาบตาพุต ซึ่งได้มีการดำเนินการตามมาตรฐานใหม่ทางสิ่งแวดล้อมของไทยอย่างเคร่งครัด และขณะนี้โครงการลงทุนใหม่ดังกล่าวได้ผ่านการทำประชามติ และ ผ่านการขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างโรงงานมาบตาพุด ตามกฎระเบียบใหม่เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้บริษัทต่างชาติอย่างบริษัท Dow Chemical รู้สึกซาบซึ้งและให้คำมั่นที่จะลงทุนและขยายการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังปัญหาและเปิดรับต่อการลงทุนของบริษัท Dow Chemical และรัฐบาลจะพยายามสร้างบรรยากาศที่มีลักษณะ win-win แก่บริษัทที่เข้ามาลงทุนและประเทศไทยโดยรวม



