
แกงคั่วกุ้งสดตกต้นตาล
วันนี้หรีดนำเมนู แกงคั่วกุ้งสดตกต้นตาล มาฝากแฟนคอลัมน์กันน่ะค่ะ ผลตาลอ่อนที่นิยมนำมากินเป็นของหวาน อาทิ ลูกตาลลอยแก้ว หรือจะเป็นน้ำตาลสดที่หอมหวานเย็นชื่นใจ แถมยังมีขนมตาลสีเหลือง ออกมาจากซึ้งร้อนๆ ที่คุ้นเคยกัน
สำหรับตัวหรีดเพิ่งจะรู้ว่า เปลือกตาลกินได้ แถมมีประโยชน์ด้วย เพราะนำไปเป็นส่วนประกอบของยาช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และลดกรดในกระเพาะ หรีดลองชิมเมนูนี้แล้วนะคะ อร่อยมากๆ จึงอยากจะนำมาฝากให้แฟนๆ รายการในวันนี้ค่ะ
เริ่มด้วยนำกระชาย ปลาทู และปลาเค็มใช้ครึ่งตัวก็พอนะคะเพื่อให้ได้กลิ่น แต่ต้อง เลือกปลาเค็มชนิดดีๆ ด้วยค่ะ หมายถึง การทำเค็มแบบไม่ต้องดองน้ำแข็ง แล้วตามด้วยหัวกะทิ และพริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ นำทั้งหมดมาปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นตั้งกะทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย ใส่พริกแกงแดงประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้หอม ถ้าใครชอบเผ็ดก็เพิ่มพริกแกงได้นะคะ แล้วนำส่วนผสมที่ปั่นเมื่อสักครู่ ใส่ลงไปเคี่ยวให้เป็นเนื้อเดียวกัน
จากนั้น นำเปลือกตาลใส่ลงไป ค่อยๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาทีจนน้ำแกงงวดลง พริกแกงซึมเข้าไปในเปลือกตาล หากข้นจนเกินไป ให้เติมน้ำกะทิเพิ่มได้ ยุคนี้เศรษฐกิจพอเพียงนะคะ ช่างเหมาะสมกับเมนูนี้เหลือเกินค่ะ เนื่องจากสามารถใช้ทุกส่วนของลูกตาลมาทำเมนูที่แตกต่างกันออกได้ ทั้งคาวและหวาน
เอาล่ะค่ะ เคี่ยวจนได้ที่แล้ว สังเกตได้จากสีของเนื้อพริกแกง เป็นสีส้มอ่อนๆ จะมาปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ เพราะจะให้ความหอม และให้รสหวานกลมกล่อม ตามด้วยกุ้งสด เหยาะน้ำปลาคุณภาพดีนิดนึง ปิดไฟได้เลยค่ะ
วิธีการรับประทาน ซึ่งเมนูนี้สามารถกินได้ทั้งขนมจีน ข้าวสวยร้อนๆ แต่ถ้าหากเป็นต้นตำรับแท้ๆ แล้วล่ะก้อ จะกินคู่กับทอดมันปลากรายค่ะ
เครื่องปรุง
1. เปลือกตาล 500 กรัม
2. กุ้งสด 200 กรัม
3. ปลาน้ำดอกไม้ 200 กรัม
4. เครื่องแกง 2 ช้อนโต๊ะ
5. กะทิ 1,000 กรัม
6. กระชาย 100 กรัม
7. ปลาอินทรีย์เค็ม 100 กรัม
8. ปลาเทร้ารมควัน 1 ตัว
9. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลโตนดหรือน้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
11. ใบโหระพา 1 ต้น
12. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด



