
"สักจวก"อัมสเตอดัมส์"จุ้นเกินหน้าที่ทนาย
สักอัดโรเบิร์ตทนายทักษิณ"จุ้นเกินหน้าที่ทนายความ สอนต้องเรียนรู้กฎหมายไทย ชี้ไม่มีสิทธิเรียกร้องแทนทักษิณจี้ก.ต่างประเทศจับตาความเคลื่อนไหวโรเบิร์ต พร้อมกระตุ้น"ดีเอสไอ"เร่งรัดคดีก่อการร้าย
(2ก.ค.) นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ออกแถลงการณ์เรื่องจดหมายเปิดผนึกของนายโรเบิร์ต อัมสเตอดัมส์ ทนายชาวสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยนายสัก กล่าวว่า เนื่องจากกรณีที่นายโรเบิร์ต ได้มีจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อ้างว่าตนเองเป็นทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง กรณีเหตุการณ์ความไม่สงบที่บานปลายจนเป็นการก่อการร้ายในประเทศไทย ให้ส่งมอบเอกสารรวมทั้งให้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นกลางและมีกรณีอื่นอีกรวม 8 เรื่องด้วยกันนั้น สภาทนายความเห็นว่า การกระทำของนายโรเบิร์ต เกินกว่าหน้าที่ของทนายความที่ถือปฏิบัติกันโดยทั่วไป ทั้งในระดับสากลและโดยเฉพาะในประเทศไทย
นายสัก กล่าวว่า ทางสภาทนายความจึงขอออกแถลงการณ์เพื่อให้ประชาชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามความเหมาะสม อันเป็นการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายส่วนหนึ่งของสภาทนายความต่อสาธารณชน ดังนี้ 1.นายโรเบิร์ต เป็นทนายความให้พ.ต.ทักษิณ และกลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายได้เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา หากนายโรเบิร์ต จะรับเป็นทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เพื่อต่อสู้คดีในศาลของประเทศไทย นายโรเบิร์ตต้องเข้าสู่กระบวนการการเรียนรู้กฎหมายไทย ซึ่งเทียบได้กับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวน การตั้งข้อกล่าวหากับลูกความ และนายโรเบิร์ตไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้มีการสอบสวน หรือให้ปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษกับลูกความของตนแต่อย่างใด เพราะการดำเนินคดีข้อหาหรือฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร และความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยได้ดำเนินการไปตามหลักการ และวิธีการโดยชอบด้วยกฎหมายและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่ง(พลเมือง) และทางการเมือง หน่วยงานของรัฐบาล โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรมไม่จำเป็นต้องปฏิบัติการอย่างใดตามหนังสือเรียกร้องของนายโรเบิร์ต ตรงกันข้ามควรเชิญให้นายโรเบิร์ตเข้ามาเรียนรู้กฎหมายไทย เพื่อจะได้ทราบว่ากฎหมายไทยไม่ได้แตกต่างไปจากมาตรฐานสากลและในสหรัฐอเมริกา
นายสัก กล่าวอีกว่า 2. กระทรวงการต่างประเทศไม่ควรนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ควรดำเนินการและจับตาดูกระบวนการนำเสนอข่าวสาร ซึ่งมุ่งโจมตีการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับการก่อการร้าย การคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นอำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ ควรมีการตรวจสอบเว็บไซต์ของนายโรเบิร์ต เป็นระยะๆ และหากมีข้อมูลที่บิดเบือน หรือไม่ตรงกับความจริง ซึ่งเป็นการสนับสนุนการก่อการร้าย กระบวนการยุติธรรมไทยต้องดำเนินการทางคดีกับนายโรเบิร์ตตามประเภท และลักษณะความผิดโดยทันที 3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องเร่งรัด และดำเนินคดีกับผู้ก่อการร้ายโดยเร็ว และต้องมีความระมัดระวังในการให้ข่าวตอบโต้นายโรเบิร์ต ซึ่งไม่ควรจะให้ราคากับการออกมาเสนอข่าวดังกล่าว และ 4. กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้หลบหนีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วของศาลยุติธรรมไทย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการชุมนุมของประชาชน ที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีกลุ่มบุคคลดำเนินการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนก่อความไม่สงบ ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการสะสมอาวุธและใช้อาวุธในการก่อการร้าย และคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการการคำเรียกร้องของนายโรเบิร์ต ซึ่งการกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนในการรับมอบข้อมูลเอกสารต่างๆ นั้น
“สภาทนายความเห็นว่าวิชาชีพทนายความเป็นอิสระ สามารถดำเนินการเองได้ แต่การดำเนินการตามกุศโลบายของทนายความต่างประเทศก็ดี หรือการดำเนินการใดๆ นั้นพึงปฏิบัติการกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งสมบูรณ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะการทำหน้าที่ทนายความของไทย จะต้องอยู่ภายใต้กฎกติกามารยาทที่ถูกต้อง ซึ่งสภาทนายความสนับสนุนให้ท่านใช้วิจารณญาณ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อลูกความ” นายสัก กล่าว



