
"กรณ์"รับสายถูกต่อว่าสินค้าแพง-คนจนลำบาก
"กรณ์" รับสาย 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เจอต่อว่า สินค้าแพงที่สุด คนจนลำบากมาก รัฐบาลรวยข้างเดียว ให้นายกฯบอก "เนวิน"รวยเป็นพันๆล้านบาท ให้กระจายความร่ำรวยให้คนจนด้วย ระบุ แนวคิด "ไฟฟ้า รถเมล์ฟรี" รัฐบาลหวังช่วยประชาชน ไม่ใช่นโยบา
(2ก.ค.) เวลา 09.30 น. นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง ร่วมรับโทรศัพท์โครงการ “6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นวันที่ 2 มีประชาชนให้ความสนใจโทรศัพท์เข้ามาเป็นระยะ โดยนายกรณ์ รับโทรศัพท์ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และได้ให้สัมภาษณ์ก่อนออกจากห้องว่า วันนี้ได้รับโทรศัพท์โดยตรง พอจบสายหนึ่งอีกสายก็เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ก็ดีใจ ที่ประชาชนตื่นตัวในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งครั้งนี้ใช้เวลา 20 นาที และรับสาย10สาย ปรากฏว่ามีประเด็นการเมืองเพียงสายเดียวที่พูดสั้นๆง่ายๆตรงๆ คือ ขอให้ยุบสภาแต่จริงๆแล้วพูดแบบนี้ “รัฐบาลสองมาตรฐาน กรุณาออกไปได้เลย”นอกจากนั้นส่วนใหญ่เป็นการสะท้อนความกังวลของประชาชนในเรื่องใกล้ตัวคือ ปากท้อง ค่าครองชีพ หนี้สินและรายได้มากกว่าปัญหาการเมือง ฉะนั้นน้ำหนักที่รัฐบาลและสังคมโดยรวมต้องให้กับการแก้ปัญหาคือเรื่องข้างต้นที่มีความสำคัญยิ่ง
รมว.คลังกล่าวว่า รายเเรกที่โทรมาคือหนี้สิน เพราะไปกู้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาและเรียนจบแล้วไม่มีงานจึงค้าขาย แต่ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้จึงขอให้รัฐบาลช่วยดูแลโอกาสและหาอาชีพทำงาน และนักวิชาการโทรมาพูดเรื่องปัญหาบ้านเมืองแตกแยกเพราะนักการเมืองไม่มีจริยธรรม บ้านเมืองไม่ปรองดองเพราะแย่งผลประโยชน์มหาศาล กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ คนไทยไม่มีวินัย บ้านเมืองจึงเป็นแบบนี้ รวมทั้งคนขับรถบรรทุกขนส่งปลาระนอง-มหาชัยโทรมาแจ้งเรื่องตำรวจรีดไถ่ตลอดทุกวัน บางวันโดนหลายครั้ง ต้องเตรียมเงินไว้รองรับการตรวจค้นจะทำเช่นใด รวมทั้งเสนอว่ากฎหมายขนส่งล้าสมัย เปิดช่องให้ตำรวจรีดไถ่ ขอให้รัฐบาลแก้ที่ต้นเหตุด้วย และต้องปฏิรูปตำรวจให้ดูแลประชาชนมากกว่านี้และไม่เป็นภาระกับประชาชนที่ทำมาหากิน
“เรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญและปัญหามุมกว้างที่ต้องช่วยกันดูแล รวมทั้งข้าราชการบำนาญรายหนึ่งแนะนำเรื่องกระจายโอกาสออกไปคือสร้างโรงงานตามหัวเมืองใหญ่ให้ประชาชนในชนบทมีงานทำไม่ต้องเดินทางเข้า กทม.สร้างปัญหาให้สังคม และสร้างปัญหาคุณภาพชีวิตด้วยที่แยกครอบครัว ตรงนี้ตรงกับแนวทางกระจายโอกาสของรัฐบาลที่มีอยู่ รวมทั้งพูดถึงคุณภาพการรักษาพยาบาลเพราะมียาด้อยคุณภาพในโครงการรักษาฟรีของรัฐบาล”รมว.คลังกล่าว
รมว.คลังกล่าวว่า รปภ.รายหนึ่งจากพุทธมณฑล แจ้งว่าทำงานทุกวัน วันละ12ชั่วโมง เงินเดือน7500บาทและไม่พอกินตรงนี้เป็นปัญหาปากท้องที่รัฐบาลต้องดูแล รัฐบาลยืนยันคงมาตรการช่วยค่าครองชีพประชาชน และ ครม.สั่งให้ตนไปศึกษาว่าจะคงบางมาตรการในระยะยาวเพื่อช่วยค่าครองชีพให้ประชาชนได้หรือไม่ เรื่องนี้มีการวิจารณ์ต่างๆนานาและสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเป็นห่วงค่าครองชีพและปากท้องประชาชน และข้อมูลวันนี้ที่รับมาสะท้อนในเรื่องนี้ว่าประชาชนยังเดือดร้อน แม้มันเป็นภาระของรัฐบาลแต่เป็นสิ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้ บางรายยังบ่นเรื่องสินค้าแพงที่สุด คนจนลำบากมาก รัฐบาลนี้รวยข้างเดียว ขอให้ไปบอกนายกฯว่านายเนวิน ชิดชอบ รวยเป็นพันๆล้านบาท จึงขอให้กระจายความร่ำรวยให้คนจนด้วยเพราะไม่มีจะกินอยู่แล้ว
รมว.คลัง กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่สุดของรัฐบาลแม้แต่การปรับโครงสร้างภาษีและเสนอภาษีทรัพย์สินและที่ดิน ล้วนเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะตอบโจทย์นี้ ส่วนค่าแรงขั้นต่ำเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลศึกษาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรมกับผู้ใช้แรงงานหรือไม่ เชื่อว่าต่างๆนานาเหล่านี้เป็นการสะท้อนให้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยรวม ตนคิดว่าเท่าที่ทราบในเช้าวันนี้คือประชาชนเดือดร้อนจริง เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชน เชื่อว่าหากประชาชนมีรายได้พอเพียง ไม่มีภาระเป็นทุกข์ ประเทศจะสงบได้ ส่วนเรื่องการเมืองนั้นต้องว่ากันต่อไป
เมื่อถามว่า รัฐบามีนโยบายขยายช่วยค่าครองชีพประชาชนถาวร แต่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯและนักวิชาการบางคนไม่เห็นด้วย นายกรณ์ กล่าวว่า ข้อคัดค้านของนายไตรรงค์นั้นไม่เป็นปัญหา เพราะ ครม.ต้องคุยกันด้วยเหตุผลว่าสิ่งใดที่ดำเนินการและกระทบเสถียรภาพก็ไม่ทำ แต่การปฏิเสธการช่วยเหลือประชาชนนั้น รัฐบาลคงทำไม่ได้ เพราะประชาชนที่โทรเข้ามาก็มีแต่เรื่องเหล่านี้ทั้งนั้น และตนขอให้ใช้คำว่าระยะยาวมากกว่า ตอนนี้ได้พิจารณาโครงการนี้ทุก3-6เดือนทั้งๆที่ความจริงต้องวางแผนระยะยาว่าจะดูแลประชาชนอย่างไรในบางมาตรการ เรียนตามตรงว่าเราพิจารณาคงไว้เป็นนโยบายระยะยาวให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยได้ เช่น รถไฟชั้นสามที่ไม่ได้เพิ่มค่าใช้จ่ายให้การรถไฟฯมากนักแต่อาจเสียรายได้ไประดับหนึ่ง แต่มันเป็นวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ระดับหนึ่ง หากรับบาลรับภาระแทนประชาชนได้ก็ควรพิจารณา แต่หากถามว่าถาวรหรือไม่ มันต้องดูระยะยาวว่าหากปัญหานี้หายไป ประชาชนมีรายได้ดีขึ้นก็ยกเลิกได้ จึงขอให้พิจารณาระยะยาวไม่อย่างนั้นประชาชนจะทุกข์และลุ้นว่าจะต่ออายุมาตรการนี้ออกไปหรือไม่ ส่วนโครงการเหล่านี้จะกระทบงบประมาณนั้น ขอเรียนว่าต้องนำมาพิจารณาอยู่แล้ว กระทรวงการคลังคงไม่ทำอะไรที่กระทบเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศในระยะยาวอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่ารายได้ของรัฐบาลที่รับมานั้นนำไปใช้พัฒนาประเทศและช่วยเหลือสวัสดิการประชาชนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ส่วนเวลาที่นายกฯมอบให้กระทรวงการคลังไปศึกษานั้น โครงการนี้ต่ออายุไปแล้วถึงสิ้นปี ตอนนี้จึงมีเวลาพิจารณาและคงไม่ช้าว่าจะปรับรายละเอียดเช่นใด บางโครงการจะประกาศให้ประชาชนสบายใจว่าจะอยู่อีกกี่ปี
เมื่อถามว่าจะจัดระดับความยากจนของประชาชนแล้วช่วยเหลือโดยตรงไปเลย นายกรณ์ กล่าวว่า ตนคิดอยู่ ความจริงก็จัดระดับความยากจนในตัวไปแล้ว เช่นการใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน90ยูนิตต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นครอบเรือนยากจน9.5แสนครัวเรือน โดยต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่และตั้งใจคงไว้เป็นนโยบายระยะยาว หรือต้องปรับลงมาช่วยเหลือครอบคลุมครัวเรือนที่ยากจนจริงๆ
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะทำเช่นใดไม่ให้กระทบกับผู้เสียภาษีว่าจะไม่เก็บภาษีเพิ่ม นายกรณ์ กล่าวว่า ถูกต้อง โครงสร้างภาษีนี้กำลังศึกษาอยู่และไม่สามารถพิจารณาเป็นรายภาษีได้เพราะต้องพิจารณาทั้งระบบ
เมื่อถามว่ารัฐบาลนำโครงการประชานิยมเข้ามาใช้มากมายเพื่อหาเสียง นายกรณ์ กล่าวว่า ตนมองว่ารัฐบาลกำลังช่วยเหลือประชาชน ใครจะนิยามว่าเช่นใดนั้น ขอถามว่าสิ่งที่ทำไปนั้นประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่และประชาชนได้รับประโยชน์หรือไม่ ตรงนี้ตนคิดว่าคือหัวใจและรัฐบาลพร้อมอธิบายเหตุผลของทุกมาตรการที่ปรับโครงการหลายอย่างตามความเหมาะสม เช่นยกเลิกน้ำฟรีไปแล้วเป็นต้น มันสะท้อนความพยายามของรัฐบาลที่ดำเนินการแบบสมเหตุผลไม่ใช่ภาษีฟุ่มเฟือย
เมื่อถามว่า ราคาแก๊สหุงต้มที่ตรึงไว้นั้น หลายฝ่ายไม่เห็นและควรแยกเป็นสองราคา นายกรณ์กล่าวว่า ใช่ ตรงนี้เป็นการบ้านที่นายกฯมอบให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาโดยเฉพาะการใช้แก๊สในภาคอุตสาหกรรมเพราะข้อเท็จจริงตอนนี้คือต้องนำเข้าแก๊สส่วนหนึ่งในราคาสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยายกาศที่ตึกสันติไมตรีในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่สองของการรับโทรศัพท์นั้น เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่มาช่วยงานนั้นบางตาลงไปกว่าครึ่งจากวันแรกคือ 300คน ทั้งนี้ในวันที่3ก.ค.นั้นพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯจะมารับสายโทรศัพท์ และวันที่4ก.ค.นายกฯจะมารับสายโทรศัพท์และจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ และวันที่5ก.ค.นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ และนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะมารับสายโทรศัพท์



