
อาณาจักร..ยาเสพติด (4)ว้า..แตกไลน์ธุรกิจ "ยาไอซ์"
กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศไทยยังคงเป็นปริศนาเหมือนเมืองลับแลยากเข้าถึง เพราะการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดแต่ละครั้งมักจะสาวไปไม่ถึงเครือข่ายใหญ่ เนื่องจากปัญหาการตัดตอนผู้ร่วมขบวนการไม่ให้รู้จักกัน โดยใช้วิธีนัดแนะให้ไปรับของ ขนของ และส่งของกันเป็น
แม้จะไม่เป็นที่เปิดเผยว่าผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งค้ายาเสพติดในประเทศไทยเป็นใครบ้าง แต่ก็เป็นที่รับรู้กันดีว่าต้องมีฐานะมั่งคั่งเกินกว่าผู้คนทั่วไป
เฉพาะยาบ้าเมื่อขนมาถึงมือผู้ค้ารายใหญ่อาจมีราคาสูงถึงเม็ดละ 100-150 บาท เมื่อคิดเปรียบเทียบกับการตรวจยึดยาบ้าครั้งล่าสุดของตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 1.2 ล้านเม็ด นั่นหมายถึงจะต้องมีเงินอยู่ในกระเป๋า 100-150 ล้านบาท นับเป็นจำนวนเงินมหาศาล !?!
จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 และชุดเฉพาะกิจของทางทหารพอจะยืนยันได้ว่า มาถึงตอนนี้มีชาวเขาส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากผู้รับจ้างขนมาเป็นผู้ค้าแทน เพราะเริ่มเห็นช่องทางและรู้เส้นทางลำเลียง แทนที่จะได้เงินค่าจ้างแค่ไม่กี่หมื่นบาทก็ได้รับไปเต็มๆ ในการลงไปหาข่าวในพื้นที่หมู่บ้านชาวเขาของชุดปราบปรามยาเสพติด จะสังเกตเห็นว่าแทบจะทุกครัวเรือนมีรถกระบะใช้กันถ้วนหน้า
"บ้านเก่าๆ หลังเล็กๆ ทำสวนผัก แต่กลับมีรถกระบะใหม่ๆ ใช้กันทุกคน มันก็เหมือนกับค่านิยม บ้านนู้นมีรถบ้านนั้นก็อยากจะมีด้วย ประกอบกับรู้ช่องทางขนดีแล้ว เคยรับจ้างขนมาหลายครั้งเข้าก็หันมาเป็นผู้ค้าเสียเองซะเลย" ชุดปราบปรามยาเสพติด กล่าว
กลุ่มชาวเขาที่ผันตัวมาเป็นผู้ค้า ได้แก่ มูเซอ ม้ง อาข่า ซึ่งน่าสนใจว่ากลุ่มชนเผ่าเหล่านี้นำเงินมาจากไหนไปซื้อยาเสพติด ถึงแม้ราคาหน้าโรงงานจะอยู่ที่เม็ดละ 5 บาท แต่กว่าจะถึงมือชาวเขาเหล่านี้ราคาก็ปาเข้าไปเม็ดละ 30 บาทแล้ว
ข้อมูลล่าสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2552 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2553 ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาทางการเมือง กลุ่มว้าเองก็เร่งผลิตยาเสพติดไว้รอขนย้ายจำนวนมาก สิ่งที่ชุดปราบปรามยาเสพติดสังเกตเห็น คือ การลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศแต่ละครั้งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากไม่กี่พันเม็ดใช้วิธีกองทัพมดค่อยๆ ลำเลียงข้ามชายแดนมาเป็นขนครั้งละหลายๆ หมื่นไปจนถึงหลักแสนเม็ด
1 แสนเม็ดก็ต้องใช้เงินถึง 3 ล้านบาท !?!
ชุดปราบปรามยาเสพติดทั้งตำรวจ บช.ภ.5 และทหารตั้งข้อสังเกตไว้ใกล้เคียงกันว่า ยาเสพติดมีปริมาณมากรอขนย้าย ประเทศไทยวุ่นวาย เจ้าหน้าที่รัฐถูกดึงไปดูแลเรื่องทางการเมือง จนไม่มีเวลาให้แก่งานปราบปรามคดีอาชญากรรมและยาเสพติด คำนวณแล้วจึงคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเพิ่มปริมาณยาเสพติดในการขนแต่ละครั้ง
ข้อมูลจากชุดเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 (ฉก.ม.3) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 จนถึงปัจจุบันสามารถยึดยาบ้าได้รวมกว่า 2 ล้านเม็ด แต่ละครั้งมีจำนวนของกลางเพิ่มขึ้นๆ ?!!
ฉก.ม.3 ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ตลอดแนวชายแดน 7 อำเภอของ จ.เชียงราย กับอีก 2 อำเภอของ จ.พะเยา ประกอบด้วยชายแดนฝั่งพม่า 153 กิโลเมตร ด้านประเทศลาว 189 กิโลเมตร มีด่านผ่านแดนถาวร 5 จุด จุดผ่อนปรน 10 จุด จุดผ่อนปรนการค้า 10 จุด และช่องทางธรรมชาติที่ขบวนการค้ายาเสพติดสามารถลำเลียงผ่านได้อีก 136 ช่องทาง แบ่งเป็นด้านพม่า 50 ช่องทาง ลาวอีก 18 ช่องทาง แม่น้ำสาย 18 ท่าข้าม แม่น้ำรวก 15 ท่าข้าม และแม่น้ำโขงอีก 25 ท่าข้าม
กลุ่มผู้ค้าชาวเขาจะใช้วิธีนัดแนะกับเครือข่ายยาเสพติดให้นำของมาทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ แล้วค่อยตามไปนำกลับไปพักคอยรอเวลาขนเข้ากรุงเทพฯ ถึงแม้ว่าลาวจะไม่ใช่ผู้ผลิตยาเสพติด แต่ระยะหลังๆ มานี้ขบวนการค้ายาเสพติดเริ่มใช้เส้นทางผ่านลาวเข้าไทยบ่อยครั้งขึ้น โดยเข้ามาด้าน 3 จังหวัดภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย แล้วขนอ้อมไปเข้าลาวแล้วค่อยส่งกลับข้ามแม่น้ำมาอีกทอดหนึ่ง
ว้าไม่ได้ผลิตแค่ยาบ้าเท่านั้น แต่ยังมีทั้งเฮโรอีนและยาไอซ์ ช่วงปีสองปีหลังมานี้มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มผู้ค้ายาไอซ์เปลี่ยนจากกลุ่มชาวไต้หวันมาเป็นฟิลิปปินส์แทน มีการเดินทางขึ้นมารับด้วยตัวเองถึงภาคเหนือ แล้วขนกลับเข้ากรุงเทพฯ ก่อนจะข้ามชายแดนไปประเทศตัวเอง เนื่องจากยาไอซ์เป็นยาเสพติดที่นิยมใช้ในกลุ่มไฮโซ ราคาค่อนข้างสูง แค่ไม่กี่กิโลกรัมก็สร้างเงินให้มหาศาล อย่างไรก็ดีมียาไอซ์จำนวนหนึ่งถูกกักเอาไว้ให้สังคมไฮโซของไทยใช้เองด้วย
ทั้งหมดนี้คืออาณาจักรยาเสพติดที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่คนกลุ่มหนึ่ง ตรงกันข้ามกลับทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับได้ในชั่วพริบตา หากว่าทุกคนไม่ให้ความร่วมมือกันแก้ปัญหา !?!



