
ชักศึกเข้าบ้านทำไม
พาดหัวหนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เมื่อ คุณนพดล ปัทมะ โดยคำสั่งของ ทักษิณ ชินวัตร ไปปรากฏตัวที่วอชิงตัน เพื่อจะล็อบบี้กับบรรดาสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ เพื่อที่จะให้วิพากษ์วิจารณ์สอบสวนรัฐบาลไทยกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ส่ง คุณเกียรติ สิทธีอมร ไปอเมริกาเช่นกัน เพื่อจะไปล็อบบี้ เพื่อจะไปชี้แจงอธิบายจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อกรณีที่ตั้งข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้ายกับทักษิณ ชินวัตร และแกนนำคนเสื้อแดง เป็นการเผชิญหน้าของสองฝ่ายของไทยในสหรัฐอเมริกา
อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้าน มองในแง่ลบก็ใช่ เพราะว่านี่เป็นการเอาเรื่องภายในประเทศ ไปให้คนต่างประเทศโดยเฉพาะมหาอำนาจอย่างสหรัฐรู้สึกว่า บ้านเมืองเราแก้ปัญหาเองไม่ได้ต้องอาศัยเขาเข้ามาแทรกแซง
วิธีการสหรัฐเข้ามาแทรกแซงนั้นมีต่างๆ กันผ่านสถานทูตบ้าง ผ่านรัฐสภาบ้าง และผ่านกลไกต่างๆ ที่เขาสามารถที่จะสร้างอิทธิพลเพื่อที่จะโน้มน้าวให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปอยู่ข้างตนเอง
ฉะนั้นนี่คืออันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อประเทศของเราเองไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
เริ่มด้วยคุณทักษิณจ้างล็อบบี้ยิสต์ที่เป็นฝรั่ง ตอนนี้รัฐบาลไทยก็บอกว่ากำลังคิดจะจ้างล็อบบี้ยิสต์ที่เป็นฝรั่งเช่นเดียวกัน ท้ายที่สุดฝรั่งสู้กับฝรั่ง รับเงินของไทยทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ความร่ำรวยและความได้เปรียบก็เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา โดยเรากลายเป็นเบี้ยล่าง และเราจำเป็นจะต้องตกอยู่ภายใต้การตัดสินใจหรือความเคลื่อนไวของสหรัฐอเมริกา
ยิ่งเราไม่สามารถปรองดองกันได้หรือหากลไกเพื่อแก้ปัญหาภายในประเทศได้ เราก็ยิ่งจะตกเป็นเบี้ยล่างของประเทศมหาอำนาจ
นี่เราวิ่งไปหาเขาเอง เขาอ้างได้ว่า เขาไม่ได้เข้ามา เขาไม่ได้สอดแทรก และเขาไม่ได้ต้องการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย ไทยเราต่างหากที่วิ่งไปหาเขา ช่วยไม่ได้ นี่คือความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เห็นกันอยู่
ฉะนั้นทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐบาลและฝ่ายทักษิณต้องหยุดการใช้ฝรั่ง เพื่อจะทำศึกสงครามในบ้านเรา เพราะเอาเข้าจริงๆ ฝรั่งย่อมปกป้องผลประโยชน์ของฝรั่ง เขาไม่ได้มองผลประโยน์ของประเทศไทย
ยิ่งเอาความชั่วร้ายความไม่ดีของทั้งสองฝ่ายไปเปิดโปงกลางสาธารณะของประชาคมโลก ประเทศไทยยิ่งจะเสื่อมเสียมากขึ้นทุกวัน
สุทธิชัย หยุ่น



