
หนุ่มเกย์จีนฟ้องกาชาดไม่รับบริจาคเลือด
ปักกิ่ง-ชายรักร่วมเพศจีนฟ้องกาชาดในปักกิ่งเป็นครั้งแรก ฐานไม่รับบริจาคเลือดด้วยเหตุผลเป็นเกย์
หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีย์ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (1 ก.ค) ว่าชายคนดังกล่าวซึ่งทาง บก.หนังสือพิมพ์ใช้นามสมมติว่า หวัง จื้อเชิง ได้กรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับสุขภาพก่อนทำการบริจาคเลือดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยระบุว่าตนเองเป็นเกย์ แต่แล้วก็ได้รับแจ้งว่าเขาไม่สามารถบริจาคเลือดได้
ตามกฎระเบียบกระทรวงสาธารณสุขจีน ห้ามชาวรักร่วมเพศและผู้มีคู่นอนหลายคนบริจาคเลือด อย่างไรก็ตาม นายหวังถือว่าตนเองถูกเลือกปฏิบัติ จึงยื่นฟ้องต่อศาลในกรุงปักกิ่ง และกำลังรอฟังผลว่าศาลจะรับฟ้องหรือไม่
"เพื่อชาวรักร่วมเพศหลายพันคนในจีนแล้ว จะต้องมีบางคนกล้าออกมาพูด" นายหวังกล่าวและว่า สิ่งที่ต้องการคือคำขอโทษต่อหน้าสาธารณะจากศูนย์บริการโลหิต และเขายังต้องการบริจาคเลือด
ทางด้านนายหวง อี้จือ ทนายของนายหวัง กล่าวว่า หากศาลรับคำฟ้อง จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของชาวรักร่วมเพศ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการยื่นฟ้องในลักษณะนี้ในจีน
พฤติกรรมรักร่วมเพศไม่ได้ถูกจัดเป็นความผิดปกติทางจิตในจีนตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา และแม้ยังเผชิญแรงกดดันจากครอบครัวและสังคมอยู่บ้าง แต่ก็ค่อยๆ ได้รับการยอมรับมากขึ้น เช่น นครเซี่ยงไฮ้อนุญาตให้จัดงานพาเหรดของชาวเกย์ได้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และยังมีการเปิดบาร์เกย์แห่งหนึ่งในเมืองต้าลี่ เมืองท่องเที่ยวในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน
แต่ตำรวจในปักกิ่งได้สั่งยกเลิกการจัดประกวดสาวประเภทสองเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ หลังจากได้รับความสนใจทำข่าวจากสื่อในและสื่อนอกอย่างล้นหลาม
ผู้เชี่ยวชาญประมาณว่า มีชายรักชายและหญิงรักหญิงอยู่ในจีนประมาณ 30 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.3 ของประชากรทั้งหมด แต่นักสังเกตการณ์เชื่อว่าจำนวนน่าจะสูงกว่านี้ เนื่องจากจำนวนมากไม่กล้าแสดงตน นายหลี่ หยินเหอ นักศึกษาด้านเพศวิทยา ไม่เห็นด้วยกับนโยบายปฏิเสธรับบริจาคเลือดของชาวเกย์พร้อมโต้ว่า อัตราการระบาดของโรคเอดส์ในคู่รักเพศตรงข้ามนั้นสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับการระบาดในหมู่ชาวรักร่วมเพศ



