
ตร.งัดกม."อั้งยี่"ปราบนักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน
"นครบาล" ล้อมคอกแก้ปัญหา "นักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน" หวั่นกระทบความเดือดร้อน"ประชาชนถูกลูกหลง" งัดข้อกฎหมาย "อั้งยี่ " ดำเนินคดีเฉียบไม่เว้นแม้แต่พวก"ยึดหัวเข็มขัด-เสื้อช็อป"
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับรอง ผบช.น. ลงไปจนถึง ผกก.88 สน. ในพื้นที่ กทม. ชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติและมาตรการแก้ไขปัญหานักเรียนยกพวกตีกัน พร้อมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือแนวทางป้องกันปัญหาดังกล่าว ประกอบด้วย เลขาธิการการสถาบันอุดมศึกษาแห่งชาติและคณะทำงาน เลขาธิการอาชีวศึกษาพร้อมคณะทำงาน และตัวแทนสถาบันสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุปัญหาในพื้นที่ กทม. 28 แห่งอาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ช่างกลปทุมวัน และสถาบันเทคโนโลยีต่างๆโดยใช่เวลากว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือว่า จากสถิติคดีนักเรียนนักเลงยกพวกตีกันในพื้นที่นครบาลพบว่า ช่วง 2-3 ปี ทีผ่านมามี ลักษณะการก่อเหตุแบ่งเป็น 5 ส่วน คือ 1.มีการซ่องสุมอาวุธ เช่น ปืน มีด และพกพาไปในที่สาธารณะเพื่อก่อเหตุ 2.ผู้ก่อเหตุจะรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อดักทำร้ายคู่อริต่างสถาบัน 3.ผู้ที่ก่อเหตุไม่รู้จักกันมาก่อนเพียงแค่เห็นต่างสถาบันก็เป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท 4.เมื่อสถาบันใดถูกคู่อริทำร้ายมักจะมีการเอาคืนกัน และ5.ส่วนใหญ่คนเจ็บหรือตายที่โดนลูกหลงจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เหตุจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน กับตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ใกล้เปิดภาคเรียนและมักจะก่อเหตุตีกัน สำหรับสถานที่กลุ่มนักเรียนนักเลงก่อเหตุมี 2 จุด คือ 1.ตีกันบริเวณสถาบันคู่กรณี 2.ตีกันบริเวณที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า ป้ายรถเมล์ สถานที่แสดงคอนเสริต์ เป็นต้น ในส่วนของการเรียกประชุมในครั้งนี้เนื่องจากสถิติในช่วงเดือนหน้ามีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง ทางตำรวจที่เชิญเข้าประชุมด้วยนั้นจะมีด้วยกัน 2 กลุ่ม โรงพักที่สถาบันต่างๆตั้งอยู่กับโรงพักที่ดูแลพื้นที่เสี่ยง เช่น สนามหลวง แฟชั่นไอช์แลน์ สถานีรถไฟฟ้า ฯลฯ
"จากสาเหตุข้างต้นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคิดหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเพื่อไม่ให้ประชาชนที่บริสุทธิ์โดนลูกหลงได้รับความเดือดร้อน จากเหตุการณ์การตีกันของนักเรียนนักเลง โดยวิธีป้องกันนั้นจะเริ่มจากการสำรวจข้อเท็จจริงว่า ในพื้นใดมีเหตุน่าเป็นห่วง แต่พื้นที่ใดที่รุนแรงจะมีการจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงซึ่งหากไม่รุนแรงมากก็จะให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเป็นผู้ดูแล อีกทั้งหากสถาบันใดร้องขอให้เข้าตรวจค้นหรือนักเรียนมีพฤติกรรมเสี่ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเข้าค้นโดยขออนุญาตศาลก่อน " พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้กฎหมายทุกประเภทที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการกับกลุ่มนักเรียนนักเลงที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท เช่น กฎหมายอั้งยี่ซ่องโจร เป็นต้น รวมถึงยังได้ประสานกับตำรวจภาค 1 เพื่อเฝ้าระวังเหตุลักษณะเดียวกันด้วย ที่สำคัญกรณีที่มีการยึดหัวเข็มขัดหรือเสื้อช็อปจะถือว่าเป็นการลักทรัพย์และจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดเช่นกัน



