
"เพื่อไทย"ทยอยพบดีเอสไอแจงธุรกรรมการเงิน
ส.ส.เพื่อไทยทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน แจงบัญชีการเงิน ประชามั่นใจตอบทุกข้อสงสัยเพราะได้ถอนเงินมาปลูกบ้าน ยันไม่เคยรับเงินชินวัตร ด้านไชยาอึดอัดที่ถูกงะงับบัญชีการเงิน
(1ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 1 ก.ค. ว่า บุคคลที่มีรายชื่อต้องเข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัยและทนายความ ทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่ช่วงเช้า อาทิ นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ, นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร , นายประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และนายอุดมเดช รัตนเสถียร สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ส่งทนายความเข้าพบพนักงานสอบสวน
นายเจริญ จรรย์โกมล พร้อมทนายความ นำเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยยืนยันนำเอกสารมาชี้แจงครบทุกประเด็น แต่ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์
นายประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังนำเอกสารเข้าชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยรับเงินจากตระกูลชินวัตร และไม่เคยเป็นท่อน้ำเลี้ยงจ่ายเงินสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช). แม้จะถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)สั่งระงับแต่ก็ไม่ติดใจพร้อมรับการตรวจสอบแต่หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าไม่มีความผิดปกติก็ขอให้เร่งปลดล็อคโดยเร็ว
สำหรับตนได้เตรียมนำเอกสารใบเสร็จ ใบสั่งซื้อเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเพราะเข้าใจว่าตกอยู่ในข่ายมีธุรกรรมต้องสงสัยเนื่องจากช่วงเดือน ธ.ค. 52 พ่อได้ยกที่ดินให้เป็นมรดก จึงตัดสินใจปลูกบ้านทำให้มีการสั่งจ่ายเช็คค่าปลูกบ้าน 13 . 6 ล้านบาท และมีการใช้บัตรเครดิตและกดเงินจากตู้เอทีเอ็มเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้างจากร้านบุญถาวร ซึ่งในการซื้อจำนวนมากจะได้รับของขวัญประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำ ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงให้พนักงานสอบสวนสิ้นข้อสงสัยเพราะมีเอกสารการใช้จ่ายถึงร้อยละ 99
นายประชากล่าวอีกว่า คนอาจติดภาพลักษณ์ว่าตนมีความใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นความใกล้ชิดทางจิตใจของคนที่เคยทำงานการเมืองด้วยกัน แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยให้เงินตนเอง เงินปลูกบ้านก็ใช้เงินตัวเอง การถูกระงับไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงินทำให้ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตซื้อของและเติมน้ำมันจึงทำให้เสียสิทธิ์จากการได้แต้มสะสม อย่างไรก็ตามอยากแนะนำให้รัฐบาลควรให้ความสนใจกับการดูแลบ้านเมือง ความไม่สงบในประเทศ เกิดจากนักการเมืองคอรัปชั่น มีการตั้งโต๊ะ เคาะกันเป็นหมื่นล้าน
นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าตนยังไม่ขอชี้แจงธุรกรรมการเงิน โดยมาติดต่อขอรับประเด็นคำถามเพื่อเตรียมคำตอบมาชี้แจงในประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องการทราบในวันที่ 22 ก.ค. อาทิเรื่องการเบิกถอนเงิน 20 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เป็นการเบิกเงินภายในวันเดียว แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.ที่ตนเบิกเงินออกมาเพื่อจัดงานวันเกิดและบริจาคสร้างโรงพยาบาล ซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน ซึ่งมีใบอนุโมทนาบัตร แต่ต้องใช้เวลาเพื่อจัดเตรียมเอกสารและสอบถามกลับไปยังธนาคารถึงรายละเอียดการใช้จ่ายเพราะคงไม่มีใครจะจำได้ว่าเมื่อ 9 เดือนที่ผ่านมาใช้จ่ายเงินไปอย่างไร
นอกจากนี้ตนแปลกใจกับคำสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงินและการตรวจสอบย้อนหลัง 9 เดือน โดยมองว่าความรุนแรงเกิดขึ้นประมาณ เม.ย. ถึง พ.ค. 53 จึงไม่เหมาะสมที่จะตรวจสอบย้อนหลังไปในช่วงที่ไม่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง
“ผมยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดที่ถูกศอฉ.สั่งระงับธุรกรรมการเงินเพราะทั้งค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต และค่าเคเบิลทีวี ทุกอย่างถูกหักจากบัญชีธนาคารทั้งหมด เมื่อถูกระงับก็ทำอะไรไม่ได้เลย เชื่อว่าสาเหตุที่ถูกโยงเป็นผู้ใกล้ชิดตระกูลชินวัตรเพราะเป็นแกนนำสำคัญภายในพรรคพลังประชาชน ก่อนถูกยุบพรรค ตนรับตำแหน่งรมว.สาธารณสุข และ รมว.พาณิชย์ ดังนั้นจึงฝากเตือนไปยังรัฐบาลให้ใช้ความรอบคอบโดยการสั่งระงับธุรกรรมการเงินจะทำให้นักธุรกิจรายใหญ่ไม่กล้าเก็บเงินไว้ในประเทศ ต่อไปคงต้องนำเงินไปฝากไว้ยังธนาคารต่างประเทศ ” นายไชยากล่าว



